ถ้าก้าวข้ามพ้นเรื่องธรรมาภิบาล คุณธรรม จริยธรรม เรื่องนามธรรมที่ผู้บริหารระดับสูงพึงมี และถ้าก้าวผ่านข้อสงสัยระหว่างดีลควบรวมประวัติศาสตร์วงการโทรคมนาคมไทยของทรูกับดีแทค ที่ดูเหมือนมีข้อบ่งชี้ว่าอาจมีกระบวนการสอดไส้ผลประโยชน์ส่วนตัว ตำแหน่งหน้าที่การงานเข้าไปในระหว่างการเจรจาจนได้ผลเหมือนทุกวันนี้ที่อดีตผู้บริหารดีแทคหลายๆคนมองว่าเป็นปฎิบัติการหักหลังแบบแยบยลชนิดที่ผู้ถือหุ้นอย่างเทเลนอร์ก็อาจกลืนเลือดแบบคาดไม่ถึง
ซิกเว่ เป็นคนเก่ง แน่นอน ปฎิเสธไม่ได้ แต่จะเป็นคนดีหรือเปล่า อาจต้องรอวันพิสูจน์
ความสำเร็จในวงการโทรคมนาคมไทยผ่านดีแทค ไม่ใช่เป็นเรื่องของอัศวินม้าขาวเพียงคนเดียว แต่ลมใต้ปีกที่ช่วยพยุงจนซิกเว่ติดลมบน เป็นกลุ่มผู้บริหารคนไทยและผู้ถือหุ้นคนไทยที่เป็น co-ceo ร่วมในช่วงต้นอย่างวิชัย เบญจรงคกุล และผู้บริหารมือดีที่ครบเครื่องทั้งด้านการตลาด การสื่อสารองค์กร การสร้างแบรนด์ ช่องทางขายไม่ว่าจะเป็น “คุณโจ้ คุณสันติ คุณปกรณ์ คุณชัยยศ คุณป๋อง คุณแอน คุณปืน และอื่นๆอีกมากมาย” ที่ช่วยกันสร้างดีแทคให้มีที่ยืนในการแข่งขันตลาดมือถือไทยในช่วงนั้น
เอไอเอส พี่ใหญ่ในตลาดแข็งจนไม่รู้จะแข็งยังไง ด้วยจุดแข็งเน็ตเวิร์กที่เหนือกว่าคนอื่นและจุดขายเรื่องบริการ ที่สร้างภาพจำให้ลูกค้าไม่ยากหากคิดถึงคุณภาพต้องคิดถึงเน็ตเวิร์กเอไอเอส ยากที่ใครจะเบียด ส่วนทรูที่ตอนนั้นเป็นน้องเล็กในตลาด ไม่ต้องคิดมากใช้กลยุทธ์ me too เบอร์หนึ่งเบอร์สองออกแคมเปญโปรโมชันอะไรก็แค่ออกตามมา พร้อมสงครามราคาเรื่องเครื่องเพื่อสร้างความแตกต่าง
ขณะที่ดีแทค เลือกที่จะใช้เรื่องอารมณ์ ความรู้สึก เจือปนแฝงเข้าไปกับการตลาดจนประสบความสำเร็จกับแบรนด์ happy ที่มีหนังสือขายดีออกมาให้อ่านของคุณโจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ ที่วันนี้หล่อมากทั้งรูปลักษณ์และกระบวนการคิด
แบรนด์ happy ของดีแทคเข้าไปเกาะกุมหัวใจลูกค้าจนทำให้ถ้าพูดถึงเรื่องใจดีมีความสุข ดีแทคทำได้เหนือใคร จนคู่แข่งต้องเหลียวตามองเพราะเหตุผลที่ลูกค้าเหนียวแน่นกับดีแทค จนไม่ย้ายค่าย เหตุผลสำคัญประการแรกๆเป็นเพราะอยู่แล้วใช้แล้วรู้สึก happy มีความสุขกับสิ่งที่ทีมการตลาดดีแทคช่วงนั้นสร้างสมให้เกิดประสบการณ์เชิงบวกกับลูกค้า
แต่เวลาผ่าน ความรู้สึกก็เปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดา
ตัดภาพมาที่ทรูในสายตาลูกค้าและองค์กรไม้เบื่อไม้เมาอย่างองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค ต่างไม่ค่อยรู้สึกรักหรือคิดว่าทรูเป็นแบรนด์ที่เชื่อถือได้ ตัวอย่างที่เห็นง่ายๆคือคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ฟาดใส่กรรมการกสทช.ที่ปฎิบัติกับทรูอย่างไม่เป็นธรรม หากอ่านคำพิพากษาของศาลจะเห็นได้ชัดว่าทรูถูกกระทำ เป็นการใช้อำนาจแบบมิชอบแต่ก็มีคนพยายามบิดสร้างเรื่องดรามาว่าเป็นการใช้กม.ปิดปาก ต่อไปกระบวนการคุ้มครองผู้บริโภคจะทำได้ยากหรือเกิดผลกระทบวงกว้าง ซึ่งเรื่องจริงคือ หากเป็นการใช้อำนาจที่ถูกต้อง ไม่แก้มติบอร์ดหรือทำในสิ่งที่บอร์ดยังไม่มีมติเรื่องนั้นๆ แต่กลับอ้างว่าเป็นมติบอร์ด ก็ยังสามารถทำได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ทีมงานของกรรมการกสทช.ก่อนหน้านี้ ยังไม่รู้เลยว่าการแก้มติบอร์ดเป็นเรื่องผิด ทำไม่ได้ ซึ่งคู่พิพาทของกสทช.คนนั้น เก็บข้อมูลไว้หมดแล้ว รอวันถล่มแค่นั้น
ทรูน่าจะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าอาจรู้สึกเฉยๆในขณะที่วงนอกรอถล่ม หากมีใครสักคนที่จะเข้ามาช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้น อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในตอนนี้ เพราะหลังจากควบรวมทรู-ดีแทค จนเหลือแค่ชื่อทรู ซึ่งวันนี้คงจะรู้แล้วว่าเป็นเพราะอะไร ทรูใช้เวลาเป็นปีในการจัดการปัญหาภายใน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นที่มีมาก และการควบรวมเน็ตเวิร์กเพื่อสร้างเป็นจุดแข็งและจุดขาย แต่ดูเหมือนทรูยังไม่ได้แตะต้องเรื่องแบรนด์เท่าไหร่เลย
หากมีใครสักคนที่จะมาทำให้แบรนด์ทรูเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค อาจเป็นคนที่เป็นหัวเรือใหญ่ทำให้ดีแทคอยู่ในใจลูกค้าก็เป็นไปได้
การเป็นเทคคัมปะนี เรื่องเทคโนโลยี เป็นเรื่องตามกันทันอยู่แล้ว ไม่มีวิชันประเภทหลุดโลกที่คิดออกคนเดียว ส่วนมากก็ลอกเลียนแบบต่างประเทศเจ้าของเทคโนโลยีกันทั้งนั้น แต่เรื่องเกี่ยวกับอารมณ์ ความรู้สึก อิงธุรกิจ อิงการตลาด อาจแตกต่างกัน

ทรูภายใต้กลุ่มซีพีเป็นที่รับรู้กันทั้งประเทศอยู่แล้วว่าหากเป็นเรื่องกฎหมายหรือกระบวนการยุติธรรม หากคิดค้าความกับทรูถ้าการ์ดไม่สูง หรือที่ปรึกษากฎหมายไม่ใช่ระดับเขี้ยวลากดิน เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า เพราะมีตัวอย่างมากมายให้เห็นในประเทศนี้
สิ่งที่ซิกเว่ มีในวันที่ปั้นดีแทคให้ลุกขึ้นยืนเป็นเบอร์สองที่น่ารักในตลาด กับวันนี้ที่ทรูมีตอนซิกเว่เป็นใหญ่ในทรูรองจากเจ้าของ อาจแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นแต้มต่อเรื่องผู้บริหารแท้ๆของทรู ที่อาจมีศักภาพแต่ไม่มีโอกาสได้แสดงออก หรือ จุดแข็งด้านกฎหมายหรือกระบวนการยุติธรรมที่มีทุนใหญ่บางรายแซงโค้งขึ้นมาเทียบเคียงกัน
การประมูลคลื่นความถี่ของกสทช.ในอนาคตอันใกล้นี้จะเป็นข้อพิสูจน์ว่าเกิดการสมประโยชน์ขนานใหญ่ระหว่างกลุ่มทุนที่กำกับดูแลหน่วยงานกำกับดูแล กับเจ้าของธุรกิจที่วันนี้เหลือแค่สองราย เพื่อให้เกิดการประมูลที่ได้ราคาย่อมเยาว์ไม่ต้องแบกภาระให้มาก ด้วยสารพัดข้ออ้างเพื่อให้สังคมคล้อยตาม หรือ ความฝันที่จะเห็นการแข่งขันราคาจริงจัง ทุกฝ่ายทำงานตามหน้าที่แบบอิสระยึดผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ไม่ทำงานเป็นหุ่นกระบอกให้มีคนชักใยอยู่เบื้องหลัง
ซิกเว่ เบรกเก้ ในวันที่เป็น Group CEO ของทรูดูน่าจะยากกว่าตอนเป็นซีอีโอดีแทค ภายใต้บริบทและวัฒนธรรมองค์กรที่ทรูยังเป็นอยู่ในเวลานี้