ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)และเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย(มมร.)ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) โครงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสังคมดิจิทัล ระหว่าง กระทรวงดีอีและมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี และพระธรรมวชิรจินดาภรณ์, รศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นผู้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงดีอี หน่วยงานในสังกัดเข้าร่วม ณ พระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ

ประเสริฐ กล่าวว่า MOU ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศไทย ให้มีความทันสมัยและเหมาะสมกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์(AI) มาบูรณาการเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ทางพระพุทธศาสนา อาทิ ระบบแชตบอตและอินเทอร์เฟซ ที่สามารถช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในการเข้าถึงข้อมูลทางพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ตรงตามหลักพระธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บนพื้นฐานแห่งพระไตรปิฎก อรรถกถาและคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเถรวาทฉบับมาตรฐาน พร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูลพระไตรปิฎกและคัมภีร์สำคัญในรูปแบบดิจิทัล ที่สามารถนำไปประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา และการพัฒนาและเชื่อมโยงหลักสูตรการอบรมออนไลน์เกี่ยวกับพระพุทธศาสนากับแพลตฟอร์มภาครัฐเพื่อรองรับการพัฒนาทักษะดิจิทัลเรียนรู้ มีรายได้ เรียนรู้ง่ายตลอดชีวิตผ่านรูปแบบ Learn to Earn ซึ่งสามารถจัดเก็บข้อมูลการฝึกอบรมในรูปแบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้หรือธนาคารหน่วยกิต(Credit bank) รวมถึงการร่วมกันออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์(E – learning)ที่มีความน่าสนใจ และใช้งานง่าย สามารถดึงดูดผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนไทย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่นอกระบบการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับวิถีการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ด้วยความมุ่งหวังให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนา สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างกว้างขวาง ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ทั้งนี้กระทรวงดีอี จะร่วมสนับสนุน บุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI เข้าร่วมเพื่อร่วมดำเนินการและให้คำปรึกษาในโครงการฯ พร้อมทั้งสนับสนุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยี AI รวมถึงการพัฒนาระบบแชตบอต อินเทอร์เฟซ และเครื่องมือดิจิทัลที่เกี่ยวข้องนอกจากนี้ยังรวมไปถึงให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และระบบต่างๆ ที่จำเป็น และการติดตามประเมินผลวิเคราะห์ข้อมูลด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มีความสอดคล้องกับหลักการและแนวทางที่กำหนดไว้
“MOU ฉบับนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนพระพุทธศาสนา เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ มาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เข้าถึงสังคมวงกว้าง ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินกิจการของคณะสงฆ์ ในการธำรงรักษาและเผยแผ่พระธรรมคำสอนไปสู่ประชาชนได้อย่างถูกต้อง ทันยุค ทันสมัย อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมอย่างมั่นคงและยั่งยืน”รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าว