สามารถเทลคอม ผนึก PowerSchool ดัน EdTech ไทย ชู AI–Connected OS ยกระดับการศึกษาอัจฉริยะ

สามารถเทลคอม จับมือ PowerSchool ผู้นำเทคโนโลยีการศึกษาจากสหรัฐฯ เปิดเวที “PowerSchool Innovation in Education Summit Bangkok 2026” ชูแนวคิด “More Power, Stronger School” ผลักดันการใช้ AI และ Connected OS เชื่อมโยงข้อมูลนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และระบบบริหารโรงเรียนเข้าด้วยกัน พร้อมเปิดตัวแนวทางใช้ PowerBuddy ผู้ช่วย AI สนับสนุนการเรียนรู้ตลอด 24 ชั่วโมง ชูกรณีศึกษาโรงเรียนมารีวิทย์ ต่อยอดสู่การพัฒนาระบบการศึกษาไทยยุคดิจิทัล

บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสื่อสาร สารสนเทศ และดิจิทัลโซลูชันครบวงจร ร่วมกับ PowerSchool บริษัทเทคโนโลยีการศึกษาชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา จัดงานสัมมนา “PowerSchool Innovation in Education Summit Bangkok 2026” ภายใต้แนวคิด “More Power, Stronger School” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตเทคโนโลยีการศึกษา (EdTech) และนำเสนอโซลูชันสำหรับยกระดับการบริหารสถานศึกษาและการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล

การจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นแนวคิดการเชื่อมโยงข้อมูลและระบบบริหารจัดการสถานศึกษาให้สามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านเทคโนโลยี Connected Operating System (OS) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ K-12

แนวทางดังกล่าวตั้งอยู่บนมุมมองว่า อนาคตของการศึกษาไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ภายในห้องเรียนเท่านั้น แต่ต้องสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้บริหารสถานศึกษาเข้าด้วยกัน เพื่อให้การบริหารจัดการและการเรียนรู้สามารถดำเนินไปอย่างสอดคล้องและมีประสิทธิภาพ

ภายในงานมี ภัทราพรรณ เล็งวัฒนกิจ ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและทุกภาคส่วนในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ (Ecosystem) ที่แข็งแกร่ง

พร้อมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม AI เข้ามาช่วยลดข้อจำกัดด้านการจัดการศึกษา เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสถานศึกษา และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเอกชนไทย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการสร้างบุคลากรที่เป็นทั้ง “คนเก่งและคนดี” ให้แก่สังคม

ชู PowerSchool SIS เชื่อมข้อมูลโรงเรียน–ผู้ปกครองแบบเรียลไทม์

หนึ่งในประเด็นสำคัญของงานคือการนำเสนอแนวคิด “Connect Home and School” หรือการเชื่อมโยงบ้านและโรงเรียนด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้ ผ่านระบบ PowerSchool SIS (Student Information System) ซึ่งเป็นระบบสารสนเทศสำหรับบริหารจัดการข้อมูลนักเรียน

ระบบดังกล่าวทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลสำคัญของสถานศึกษา ครอบคลุมกระบวนการตั้งแต่การสมัครเข้าเรียน การจัดเก็บข้อมูลนักเรียน การติดตามผลการเรียน ตลอดจนการสำเร็จการศึกษา โดยสามารถปรับรูปแบบการใช้งานให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของแต่ละโรงเรียน

จุดเด่นของ PowerSchool SIS คือการลดภาระงานด้านเอกสารและการทำงานซ้ำซ้อนของครู พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูล และสามารถแจ้งข้อมูลอัปเดตให้ผู้ปกครองรับทราบแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน

ทั้งนี้ แนวคิดสำคัญคือการสร้าง “Single Source of Truth” หรือแหล่งข้อมูลกลางเพียงแห่งเดียวที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนมีความถูกต้อง สอดคล้องกัน และสามารถนำไปใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบดังกล่าวยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับครอบครัว ทำให้ผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมในการติดตามและสนับสนุนพัฒนาการของบุตรหลานได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

เปิดกรณีศึกษา “มารีวิทย์” เชื่อม SIS–LMS ยกระดับการบริหารโรงเรียน

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือการนำเสนอประสบการณ์การนำเทคโนโลยีมาใช้จริงในสถานศึกษา ผ่านหัวข้อ “Peer Showcase” โดย ดร.สตีเวน ชนะ กิติเกียรติศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารเครือโรงเรียนมารีวิทย์ ซึ่งร่วมแบ่งปันแนวทางการบริหารจัดการสถานศึกษาในยุคดิจิทัล

ภายใต้หัวข้อ “Unify Your K-12 Tech Ecosystem – SIS, LMS” ได้สะท้อนถึงความสำคัญของการบูรณาการระบบสารสนเทศนักเรียน (Student Information System: SIS) เข้ากับระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) เพื่อให้ข้อมูลและกระบวนการบริหารโรงเรียนสามารถเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

การเชื่อมต่อระบบทั้งสองส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสถานศึกษา ลดความซ้ำซ้อนในการทำงานของบุคลากรครู และสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนได้ดียิ่งขึ้น

กรณีศึกษาของเครือโรงเรียนมารีวิทย์ยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา และการนำระบบดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือสนับสนุนผู้เรียน เพื่อสร้างรากฐานการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

เปิดแนวทางใช้ PowerBuddy ผู้ช่วย AI ติวเตอร์ส่วนตัว 24 ชั่วโมง

ในหัวข้อ “Advanced Student Achievement” หรือการปลดล็อกศักยภาพผู้เรียนด้วย AI Paulo Valenza วิศวกรโซลูชันของ PowerSchool (PowerSchool Solution Engineer) ได้นำเสนอแนวคิดการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนความสำเร็จของผู้เรียน

โดยระบุว่า เป้าหมายสำคัญของสถานศึกษาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาระบบบริหารจัดการภายในโรงเรียน แต่ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างผลลัพธ์ทางการศึกษาที่ดีสำหรับนักเรียนทุกคน

PowerSchool จึงนำเสนอ “PowerBuddy” ผู้ช่วย AI อัจฉริยะที่สามารถทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มด้านการเรียนการสอน เช่น Schoology เพื่อสนับสนุนทั้งครู นักเรียน และบุคลากรภายในสถานศึกษา

โซลูชันดังกล่าวให้ความสำคัญกับแนวคิด Security-First หรือการออกแบบโดยยึดความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก เพื่อให้ข้อมูลภายในโรงเรียนไม่ถูกส่งออกไปยังแอปพลิเคชันภายนอก

สำหรับการนำ AI มาใช้ยกระดับการศึกษา PowerSchool นำเสนอความสามารถสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

1. Generative AI ช่วยครูสร้างสื่อการสอน AI สามารถช่วยครูจัดทำเนื้อหาการเรียนการสอน ออกแบบกิจกรรม และสร้างชุดคำถามได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลาในการเตรียมการสอน และเปิดโอกาสให้ครูใช้เวลากับการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนมากขึ้น

2. Student Chat Assistant ผู้ช่วยการเรียนรู้ตลอด 24 ชั่วโมง ระบบผู้ช่วย AI สำหรับนักเรียนทำหน้าที่เสมือนติวเตอร์ส่วนตัวที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง โดยครูยังคงมีบทบาทเป็นผู้ควบคุมการเปิดใช้งาน เพื่อให้การนำเทคโนโลยีมาใช้สอดคล้องกับแนวทางการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา

3. District Information Assistant (DIA) ผู้ช่วยค้นหาข้อมูลสำหรับครูระบบ AI ที่ช่วยตอบคำถามและค้นหาข้อมูลจากนโยบาย คู่มือ หรือเอกสารต่าง ๆ ที่สถานศึกษาอัปโหลดเข้าสู่ระบบ ทำให้บุคลากรสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

การนำ AI ทั้งสามส่วนมาประยุกต์ใช้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระงานของครู เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ของนักเรียน และช่วยให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดัน AI Analytics วิเคราะห์ข้อมูลนักเรียนรายบุคคล

ภายในงานยังมีการนำเสนอหัวข้อ “Platform Capabilities & AI Analytics” ซึ่งให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ในระบบต่าง ๆ หรือ Siloed Data ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญของการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล

แนวทางของ PowerSchool มุ่งเชื่อมโยงกระบวนการบริหารจัดการโรงเรียนทั้งหมดเข้าสู่ระบบนิเวศเดียวกัน ครอบคลุมการวางแผน การจัดการเรียนการสอน การสร้างการมีส่วนร่วม และการติดตามประเมินผล

แม้ระบบ SIS จะเป็นแหล่งจัดเก็บข้อมูลนักเรียนที่สำคัญ แต่การนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจำเป็นต้องอาศัยการตีความและวิเคราะห์ข้อมูล (Data Interpretation) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา

ข้อมูลที่สามารถนำมาประกอบการวิเคราะห์ครอบคลุมทั้งสถิติการเข้าเรียน พฤติกรรมของนักเรียน ประวัติสุขภาพ ความก้าวหน้าทางการศึกษา และลักษณะเฉพาะของผู้เรียนแต่ละคน

การเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลมาใช้กำหนดแนวทางบริหารสถานศึกษาได้อย่างเหมาะสม ขณะที่ครูสามารถเข้าใจความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน และออกแบบการสนับสนุนหรือจัดการเรียนรู้ให้ตรงกับความต้องการได้มากขึ้น

แนวคิดดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงการนำระบบดิจิทัลมาใช้จัดเก็บข้อมูล แต่เป็นการเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้และเพิ่มโอกาสความสำเร็จให้แก่ผู้เรียน

สามารถเทลคอมเดินหน้ารุก EdTech ผสานเทคโนโลยีโลกกับทีมบริการในไทย

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจ สามารถเทลคอม มีแผนเดินหน้าต่อยอดธุรกิจเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาผ่านความร่วมมือกับ PowerSchool โดยนำโซลูชันเทคโนโลยีการศึกษาระดับสากลมาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษา การวางระบบ และการดูแลบริการโดยทีมงานภายในประเทศ

ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนสถานศึกษาไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารจัดการและการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความต้องการและบริบทการดำเนินงานของแต่ละสถานศึกษา

ภายใต้แนวคิด “More Power, Stronger School” ทั้งสองบริษัทมุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้โรงเรียนในหลายมิติ ตั้งแต่การบริหารจัดการภายในองค์กร การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรครู ไปจนถึงการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเรียนเป็นรายบุคคล

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการนำระบบข้อมูลและ AI มาใช้สนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษาและพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การจัดงาน “PowerSchool Innovation in Education Summit Bangkok 2026” สะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านของระบบการศึกษาไปสู่การใช้เทคโนโลยี ข้อมูล และ AI อย่างบูรณาการ โดยสถานศึกษาในอนาคตจะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงถ่ายทอดความรู้ แต่จะพัฒนาไปสู่ระบบนิเวศการเรียนรู้อัจฉริยะที่สามารถสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน

ความร่วมมือระหว่างสามารถเทลคอมและ PowerSchool จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีการศึกษาไทย เพื่อช่วยให้สถานศึกษาสามารถปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ก้าวทันความต้องการในอนาคต

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *