เรียกได้ว่าเป็นภารกิจเพื่อชาติก็ไม่ผิดนักกับการให้บริการวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล (Bangkok Radio) ของ NT ที่เป็นการให้บริการเพื่อสาธารณะประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ได้ให้บริการในรูปแบบธุรกิจที่มุ่งแสวงหาผลกำไรหรือประโยชน์โภคผลอื่นใดเข้าองค์กรตัวเอง แต่ต้องกลืนเลือดรับผิดชอบค่าใช้จ่ายกว่า 100 ล้านบาทต่อปี ขณะที่รายได้ NT ลดลงจนไม่สามารถชดเชยค่าใช้จ่ายได้เหมือนในอดีตที่มีรายได้จากสัมปทานหล่อเลี้ยง เผยกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบภารกิจให้ชัดเจน พร้อมเสนอทางเลือกให้หน่วยงานรัฐจัดสรรงบประมาณจ้าง NT บริหารโครงข่ายต่อไป โดยยืนยันจะไม่หยุดให้บริการระหว่างเปลี่ยนผ่าน แม้การโอนภารกิจอาจยืดเยื้อเกินปี 2570

ดร.ณัฏฐวิทย์ สุฤทธิกุล (กลาง) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานสื่อสารไร้สาย แท็กทีมกับ นรินทร์ เมืองพูล (ขวา) ผู้จัดการฝ่ายโครงข่ายสื่อสารไร้สาย และ ศักดิ์สิทธิ์ นาคนิยม (ซ้าย) หัวหน้าสถานีวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล Bangkok Radio เล่าให้ฟังถึงภารกิจและความยากลำบากที่ NT ต้องเผชิญทุกแง่ทุกมุม
บทบาทหลักกระทรวงดีอี
เริ่มจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลและสนับสนุนระบบสื่อสารโทรคมนาคมเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ ภายใต้พันธกรณีของประเทศไทยต่อองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) โดยมี บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เป็นผู้ดำเนินงานบริการวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล (Bangkok Radio) ทำหน้าที่รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน เฝ้าระวังภัย ประสานการค้นหาและช่วยเหลือเรือประสบภัย ตลอดจนกระจายข่าวสารสำคัญต่อการเดินเรือ ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางทะเลและสนับสนุนการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล
ภารกิจการให้บริการวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล (Bangkok Radio) ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารโทรคมนาคมที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยในการเดินเรือของประเทศไทย โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารระหว่างเรือกับสถานีวิทยุฝั่ง การรับสัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินกลางทะเล และการแจ้งเตือนข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยต้องดำเนินการในฐานะสมาชิกองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO)
กระทรวงดีอี เป็นหนึ่งในหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับมอบหมายให้ร่วมดำเนินการตามพันธกรณีดังกล่าว โดยมีหน้าที่จัดทำกลยุทธ์ด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และอุตุนิยมวิทยา เพื่อรองรับข้อกำหนดระหว่างประเทศในฐานะรัฐชายฝั่ง (Coastal State) รวมถึงกำกับดูแลและสนับสนุนการให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมและข้อมูลอุตุนิยมวิทยาเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ ตลอดจนสนับสนุนบุคลากรและงบประมาณแก่หน่วยงานในสังกัด และติดตามประเมินผลการดำเนินงานให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ
ขณะที่ NT รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงดีอี เป็นหน่วยงานผู้ให้บริการวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล Bangkok Radio โดยใช้สัญญาณเรียกขานหลัก HSA (Hotel Sierra Alfa) และหมายเลขระบุตัวตนในกิจการเคลื่อนที่ทางทะเล (Maritime Mobile Service Identity: MMSI) 00567100 มีหน้าที่ดำเนินงานด้านระบบสื่อสารวิทยุสำหรับการเดินเรือ เพื่อรองรับการติดต่อสื่อสารและเหตุฉุกเฉินทางทะเลตามข้อกำหนดขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ
ภารกิจเพื่อชาติของ NT
กิจการ Bangkok Radio มีประวัติการดำเนินงานมาอย่างยาวนาน โดยเริ่มต้นจากกองทัพเรือ ก่อนถ่ายโอนภารกิจไปยังกรมไปรษณีย์โทรเลข การสื่อสารแห่งประเทศไทย และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ตามลำดับ กระทั่งวันที่ 6 มกราคม 2564 บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ควบรวมกิจการกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จัดตั้งเป็นบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งรับช่วงภารกิจการให้บริการวิทยุติดต่อเรือเดินทะเลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับการดำเนินงานของ NT มีความเชื่อมโยงกับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล (International Convention for the Safety of Life at Sea: SOLAS) โดยเฉพาะบทที่ 4 ว่าด้วยการสื่อสารวิทยุ ซึ่งกำหนดระบบการติดต่อสื่อสารเพื่อความปลอดภัยและการแจ้งเหตุอันตรายทางทะเล ผ่านระบบ Global Maritime Distress and Safety System (GMDSS) เพื่อให้เรือสามารถติดต่อกับสถานีฝั่งและแจ้งขอความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันตามข้อมูลโครงสร้างระบบที่ NT จัดทำไว้ Bangkok Radio มีสถานีวิทยุสื่อสารย่านความถี่ VHF จำนวน 20 สถานี กระจายตามพื้นที่ชายฝั่งทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เช่น ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา นราธิวาส สตูล กระบี่ ภูเก็ต พังงา และระนอง รวมถึงสถานีสำหรับระบบสื่อสารย่านความถี่ MF/HF และการกระจายข่าวสาร NAVTEX อีก 4 สถานี เพื่อสนับสนุนการติดต่อสื่อสารกับเรือในพื้นที่ทะเลต่างๆ
ระบบดังกล่าวประกอบด้วยการสื่อสารด้วยเสียงผ่าน Radio Telephony (RT) การรับส่งสัญญาณข้อความแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่าน Digital Selective Calling (DSC) การใช้ระบบ Automatic Identification System (AIS) สำหรับข้อมูลระบุตัวตนและตำแหน่งเรือ ตลอดจนระบบ NAVTEX สำหรับกระจายข่าวสารเตือนภัยและข้อมูลที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยในการเดินเรือ โดยมีระบบควบคุมและปฏิบัติการส่วนกลางที่ศูนย์โทรคมนาคมนนทบุรี
หนึ่งในภารกิจสำคัญที่สุดของ Bangkok Radio คือการทำหน้าที่เป็นหน่วยรับแจ้งและเฝ้าระวังภัยทางทะเลตลอด 24 ชั่วโมงรวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการค้นหาและช่วยเหลือเรือประสบภัยตามแนวทางของอนุสัญญาว่าด้วยการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล ค.ศ. 1979 และคู่มือ IAMSAR โดยครอบคลุมการรับแจ้งเหตุไฟไหม้หรือระเบิดบนเรือ เรือชนกัน เรือเกยตื้น เรืออับปาง เรือไม่สามารถควบคุมทิศทางได้ คนตกน้ำ การสละเรือ ตลอดจนการถูกโจรสลัดหรือผู้กระทำผิดใช้อาวุธปล้นเรือ รวมถึงการประสานขอความช่วยเหลือเพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินจากเรือ
นอกจากภารกิจรับแจ้งเหตุแล้ว NT ยังมีหน้าที่ในการกระจายข่าวสารเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ หรือ Maritime Safety Information (MSI) โดยรับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุทกศาสตร์ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมเจ้าท่า หน่วยงานด้านการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอดจนหน่วยงานด้านการเดินเรือและท่าเรือ เพื่อนำมาประกาศแจ้งเตือนให้เรือที่อยู่ในพื้นที่รับทราบ
ข่าวสารดังกล่าวครอบคลุมทั้งการพยากรณ์และเตือนภัยสภาพอากาศ ข้อมูลอันตรายต่อการเดินเรือ เรืออับปางหรือสิ่งกีดขวางเส้นทางเดินเรือ การเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายช่วยการเดินเรือ พื้นที่ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ การฝึกทางทหารที่อาจกระทบเส้นทางเดินเรือ ตลอดจนเหตุการณ์สึนามิและความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางทะเล โดยใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านวิทยุและระบบ NAVTEX เพื่อให้เรือได้รับข้อมูลที่จำเป็นต่อการวางแผนและตัดสินใจระหว่างเดินเรือ
ทั้งนี้ ระบบ NAVTEX เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งข้อมูลข่าวสารเตือนภัยไปยังเรือโดยอัตโนมัติ ซึ่ง NT ระบุการใช้สถานีส่งข่าวที่เพชรบุรีและดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านความถี่ 518 กิโลเฮิรตซ์ สำหรับข่าวสารระดับสากล และ 490 กิโลเฮิรตซ์ สำหรับข่าวสารระดับท้องถิ่น ตามช่วงเวลาการออกอากาศที่กำหนดไว้ เพื่อเพิ่มช่องทางการรับข้อมูลของเรือที่เดินทางในน่านน้ำไทย
ในด้านกรอบนโยบายระดับประเทศ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมโครงการตรวจสอบประเทศสมาชิกองค์การทางทะเลระหว่างประเทศภาคบังคับ (IMO Member State Audit Scheme: IMSAS) พร้อมกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการตามพันธกรณีของอนุสัญญาระหว่างประเทศ โดยมีกรมเจ้าท่าเป็นหน่วยประสานการปฏิบัติ และกระทรวงดีอี เป็นหนึ่งในหน่วยงานร่วมดำเนินงานที่มีภารกิจด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและอุตุนิยมวิทยาเพื่อความปลอดภัยทางทะเล
มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวมีความสำคัญต่อการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินเรือของประเทศไทย เนื่องจากการตรวจสอบ IMSAS เป็นกลไกของ IMO ในการประเมินว่าประเทศสมาชิกสามารถปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ทั้งในฐานะรัฐเจ้าของธง รัฐเมืองท่า และรัฐชายฝั่ง โดยเฉพาะการจัดให้มีระบบสื่อสารสำหรับรับแจ้งเหตุฉุกเฉินและเผยแพร่ข้อมูลความปลอดภัยแก่เรือที่เดินทะเล ซึ่งเป็นภารกิจที่เชื่อมโยงโดยตรงกับการให้บริการ Bangkok Radio ของ NT
ขณะเดียวกัน แผนกลยุทธ์การดำเนินการตามข้อกำหนดขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศของไทย ยังให้ความสำคัญกับการขยายพื้นที่ให้บริการข่าวสารเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ ผ่านระบบ NAVTEX ให้ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทั้งอ่าวไทยและอันดามัน รวมถึงการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการสื่อสารข่าวสารด้านการเดินเรือ อุตุนิยมวิทยา และการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยกำหนดบทบาทของหน่วยงานผู้ให้บริการระบบสื่อสารและกระทรวงดีอี ในการสนับสนุนการดำเนินงานตามแผน
นอกเหนือจากพันธกรณีระหว่างประเทศแล้ว การให้บริการ Bangkok Radio ยังมีความเชื่อมโยงกับคำสั่งและมติภายในประเทศหลายฉบับ ทั้งการจัดตั้งองค์กรเพื่อการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือประสบภัยแห่งชาติเมื่อปี 2521 การกำหนดบทบาทสถานีวิทยุติดต่อเรือเดินทะเลเป็นศูนย์ประสานงานการป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมทางน้ำตามคำสั่งกระทรวงคมนาคมเมื่อปี 2529 ตลอดจนคำสั่งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2554 ที่ให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) คงการให้บริการ Bangkok Radio ก่อนมีการโอนภารกิจมายัง NT ภายหลังการควบรวมกิจการในปี 2564
บทบาทของ NT จึงไม่ได้จำกัดเพียงการให้บริการสื่อสารวิทยุระหว่างเรือกับฝั่งเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลไกด้านความปลอดภัยทางทะเลของประเทศ ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลและการสื่อสารระหว่างเรือที่ประสบเหตุ หน่วยงานค้นหาและช่วยเหลือ และหน่วยงานที่รับผิดชอบข่าวสารการเดินเรือ เพื่อสนับสนุนการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
การดำเนินงานของกระทรวงดีอี และ NT จึงมีบทบาทที่เกื้อหนุนกันอย่างชัดเจน โดยกระทรวงดีอี รับผิดชอบด้านนโยบาย กลยุทธ์ การกำกับดูแล การสนับสนุนทรัพยากร และการติดตามประเมินผล ขณะที่ NT เป็นผู้ดำเนินงานด้านโครงข่าย ระบบวิทยุสื่อสาร การรับแจ้งเหตุ และการกระจายข่าวสารความปลอดภัยทางทะเลในทางปฏิบัติ ภายใต้กรอบมาตรฐานและพันธกรณีระหว่างประเทศ
ภารกิจ Bangkok Radio จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยทางทะเลของไทย ทั้งในมิติการคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน การสนับสนุนกิจการพาณิชยนาวี การสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการขนส่งทางทะเล และการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการปฏิบัติตามข้อกำหนดขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
NT ย้ำไม่หยุดบริการ “Bangkok Radio” แม้รอโอนภารกิจให้คมนาคม ชงทบทวนมติ ครม. แก้ปมงบปีละกว่า 100 ล้าน
ประเด็นการโอนภารกิจบริการวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล หรือ Bangkok Radio จาก NT ไปอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องหาข้อสรุปทั้งด้านกฎหมาย งบประมาณ และโครงสร้างการบริหารจัดการ แม้การโอนภารกิจอาจยืดเยื้อเกินปี 2570 หลัง NT ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบสื่อสารเพื่อความปลอดภัยทางทะเลอย่างต่อเนื่องแม้งานดังกล่าวจะเป็นบริการสาธารณะตามพันธกรณีของประเทศไทยต่อองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ก็ตาม
ในอดีตการให้บริการวิทยุติดต่อเรือเดินทะเลสามารถสร้างรายได้จากการเชื่อมต่อระบบวิทยุสื่อสารกับโครงข่ายโทรศัพท์ เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือสำนักงานบนฝั่งติดต่อกับเรือพาณิชย์ได้ โดยรายได้ดังกล่าวช่วยรองรับต้นทุนการดำเนินงาน รวมถึงภารกิจรับแจ้งเหตุฉุกเฉินและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทคโนโลยีดาวเทียมและโทรศัพท์เคลื่อนที่พัฒนาขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงปี 2550 เป็นต้นมา ความต้องการใช้บริการติดต่อสื่อสารเชิงพาณิชย์ผ่านสถานีวิทยุเรือได้ลดลงอย่างมาก จนบริการดังกล่าวทยอยยุติบทบาท เหลือภารกิจหลักด้านความปลอดภัยทางทะเล การรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน และการกระจายข่าวสารเพื่อการเดินเรือ ซึ่งเป็นบริการสาธารณะที่ไม่สามารถสร้างรายได้มาชดเชยต้นทุนได้เช่นเดิม

“ปัญหาสำคัญไม่ใช่ความพร้อมในการดำเนินงาน เนื่องจาก NT มีทั้งโครงข่ายสถานีวิทยุ ระบบสื่อสาร และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้ว แต่เป็นเรื่องความเหมาะสมในการนำรายได้จากธุรกิจโทรคมนาคมส่วนอื่นมาสนับสนุนภารกิจสาธารณะที่ไม่มีรายได้โดยตรง และยังต้องนำต้นทุนดังกล่าวไปรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการประเมินผลประกอบการของรัฐวิสาหกิจ”
สำหรับต้นทุนการดำเนินงาน Bangkok Radio ผู้บริหาร NT ระบุว่า มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานประมาณ 70 กว่าล้านบาทต่อปี ขณะที่ต้นทุนดำเนินงานเต็มรูปแบบที่ประเมินไว้ประมาณ 127 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมค่าบำรุงรักษาระบบ ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าพื้นที่และเสาสื่อสาร ค่าโครงข่ายเชื่อมโยงสัญญาณ ตลอดจนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่ปฏิบัติงานเฝ้าระวังและรับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานประจำ หรือ OPEX ยังไม่รวมเงินลงทุนก้อนใหญ่สำหรับการเปลี่ยนอุปกรณ์หรือปรับปรุงระบบเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นในบางปี ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายของระบบไม่ได้ผันแปรตามจำนวนเรือที่เข้ามาใช้บริการ เนื่องจากจำเป็นต้องดูแลโครงข่ายและเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานตลอดเวลา
“ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหา กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดความรับผิดชอบภารกิจให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะการพิจารณาว่าหน่วยงานใดควรเป็นผู้รับผิดชอบหลักด้านงบประมาณและการดำเนินงาน ซึ่งจำเป็นต้องมีมติรองรับอย่างเป็นทางการ ไม่สามารถรับโอนภารกิจระหว่างหน่วยงานได้โดยไม่มีฐานอำนาจหรือกรอบความรับผิดชอบที่ชัดเจน”
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมโครงการตรวจสอบประเทศสมาชิกองค์การทางทะเลระหว่างประเทศภาคบังคับ หรือ IMO Member State Audit Scheme (IMSAS) โดยกำหนดให้กรมเจ้าท่าเป็นหน่วยประสานการปฏิบัติ และให้กระทรวงดีอี รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวเป็นกรอบความร่วมมือระดับประเทศที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงและหน่วยงาน จึงทำให้การปรับเปลี่ยนบทบาทหรือโอนภารกิจจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือคือ ความแตกต่างระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) กับหน่วยงานผู้ให้บริการ (Operator) เนื่องจากกรมเจ้าท่ามีอำนาจหน้าที่ด้านการกำกับดูแลการเดินเรือและการดำเนินการตามข้อกำหนดของ IMO ขณะที่ NT เป็นผู้ให้บริการระบบสื่อสารและบริหารโครงข่ายในทางปฏิบัติ
การนำภารกิจผู้ให้บริการไปอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง อาจก่อให้เกิดคำถามเรื่องความเป็นอิสระในการตรวจสอบและประเมินมาตรฐาน โดยเฉพาะการตรวจสอบตามกรอบ IMSAS จึงควรศึกษาแนวทางการบริหารจัดการของต่างประเทศและข้อกำหนดระหว่างประเทศเพิ่มเติม ก่อนตัดสินใจรูปแบบการโอนภารกิจ ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อสรุปว่าการดำเนินงานทั้งสองบทบาทภายใต้หน่วยงานเดียวกันจะขัดต่อข้อกำหนดของ IMO หรือไม่
สำหรับทางเลือกที่มีการหารือกันนั้น ไม่จำเป็นว่ากรมเจ้าท่าจะต้องรับโอนโครงข่ายและดำเนินงานทั้งหมดด้วยตนเอง แต่อาจใช้รูปแบบให้หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบภารกิจเป็นผู้จัดสรรงบประมาณ แล้วว่าจ้าง NT ให้บริหารจัดการและบำรุงรักษาระบบสื่อสารในลักษณะ Managed Service หรือ Outsourcing ซึ่งจะทำให้ NT ยังคงใช้ความเชี่ยวชาญและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้บริการต่อไปได้
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้พิจารณาหน่วยงานด้านการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรับผิดชอบภารกิจ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมด้านกฎหมาย อำนาจหน้าที่ และมติคณะรัฐมนตรี รวมถึงแนวทางพิจารณากลไกจัดเก็บค่าบริการจากผู้ใช้ประโยชน์ หรือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการให้บริการสาธารณะดังกล่าวอย่างเป็นระบบ
ส่วนกรณีการใช้เงินจากกองทุนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม หรือ USO นั้น ที่ผ่านมาเคยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงาน กสทช. สำหรับการปรับปรุงระบบในระยะแรก แต่การนำเงินกองทุนมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานประจำทุกปีมีข้อจำกัด เนื่องจากกลไกสนับสนุนส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับงบลงทุนหรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าการชดเชยต้นทุนการให้บริการต่อเนื่อง
อีกหนึ่งทางเลือกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือคือ หากยังไม่สามารถโอนภารกิจได้ อาจต้องพิจารณาร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อกำหนดวิธีประเมินต้นทุนภารกิจสาธารณะให้เหมาะสม โดยไม่ให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีรายได้เชิงพาณิชย์มาชดเชยกลายเป็นภาระต่อผลประกอบการของ NT ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม NT ยืนยันว่าจะไม่หยุดให้บริการ Bangkok Radio ระหว่างรอข้อสรุปการโอนภารกิจ แม้ปัจจุบันการสนับสนุนงบประมาณมีกรอบไปถึงปี 2570 และมีความเป็นไปได้ที่กระบวนการพิจารณาโอนภารกิจจะยังไม่แล้วเสร็จภายในช่วงเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้การดำเนินงาน Bangkok Radio เป็นภารกิจสาธารณประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนส่งผลต่อการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ การค้าการลงทุน และการท่องเที่ยวทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน จึงไม่สามารถยุติการดำเนินงานหรือปิดโครงข่ายลงทันทีเพียงเพราะยังไม่มีข้อสรุปด้านงบประมาณหรือหน่วยงานรับผิดชอบ
NT หนุนภารกิจเพื่อชาติ Bangkok Radio

ดร.ณัฏฐวิทย์ สุฤทธิกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารไร้สาย NT กล่าวยืนยันว่า NT สนับสนุนภารกิจการพัฒนาโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทยในทุกมิติ รวมถึงบริการระบบสื่อสาร GMDSS : Global Marine Distress and Safety System หรือระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินและความปลอดภัยทางทะเลภายใต้บริการ “สถานีวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล Bangkok Radio” ที่สอดคล้องมาตรฐานสากล ในฐานะรัฐชายฝั่ง ตามอนุสัญญา SOLAS ของ IMO
ระบบวิทยุสื่อสาร GMDSS ดังกล่าวมีประสิทธิภาพสื่อสารข้อมูลที่แม่นยำ รวดเร็ว ชัดเจน ระหว่างเรือกับสถานีชายฝั่ง ในการแจ้งเหตุ โดยระบุตัวตนของเรือ และตำแหน่งเรือโดยอัตโนมัติ เพื่อภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย SAR (Search and Rescue) การลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน EMS (Emergency Medical Services) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้แก่ ระบบวิทยุโทรศัพท์ (RT: Radio Telephony), ระบบข้อความ (DSC: Digital selective calling), ระบบระบุตัวตนอัตโนมัติทางทะเล ( AIS: Automatic Identification System)
ด้วยภารกิจหน้าที่ NT ติดตั้งสถานีวิทยุสื่อสารระบบ GMDSS และขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันได้ดำเนินการติดตั้งสถานีให้บริการตามแนวจังหวัดชายฝั่งทะเลตะวันออก อ่าวไทย และ อันดามัน รวมทั้งหมด 24 สถานี ประกอบด้วยสถานีวิทยุย่านความถี่ VHF จำนวน 20 สถานี และสถานีวิทยุย่านความถี่ MF, HF จำนวน 4 สถานี โดยสถานีวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล Bangkok Radio ศูนย์โทรคมนาคม NT นนทบุรี เป็นศูนย์โอเปอเรเตอร์กลางในการเฝ้าระวัง รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ประสานงาน และประกาศข่าวสารเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือตลอด 24 ชั่วโมง และได้ผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานจาก IMO แล้ว
สถานีวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล Bangkok Radio ได้ร่วมฝึกซ้อมติดต่อสื่อสาร ประสานงาน ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย SAR (Search and Rescue) การลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน EMS (Emergency Medical Services) ของประเทศที่ประกอบด้วยหน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย (สกชย.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) กรมเจ้าท่า กองทัพเรือ ตำรวจน้ำ กรมประมง ฯลฯ
ในการจัดทำแผนขั้นตอนการปฏิบัติงาน SOP: Standard Operating Procedure การแจ้งเหตุของเรือ การส่งข้อมูลสื่อสาร การประสาน เพื่อสนับสนุนภารกิจค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือประสบภัยให้เกิดประสิทธิภาพ เช่น การซ้อมร่วมกับเรือโดยสาร การลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางทะเล เพื่อการลดข้อผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานร่วมกันให้เป็นไปตามมาตรฐาน IMO
ทั้งนี้ ด้วยวิสัยทัศน์ NT ตระหนักถึงความสำคัญของโครงข่ายระบบสื่อสารสาธารณภัย ที่สามารถช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบภัยทางทะเล โดยทุกขั้นตอนการฝึกซ้อมช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ และเตรียมตัวเผชิญเหตุการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผลสูงสุด ลดการสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน ซึ่งบริการสถานีวิทยุฯ Bangkok Radio ด้วยโครงข่ายระบบสื่อสารชายฝั่ง GMDSS มาตรฐานโลกได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อร่วมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยทางทะเลในระดับสากล ช่วยส่งเสริมการเดินเรือพาณิชย์ การค้าระหว่างประเทศ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางทะเลของไทย
ทั้งนี้ ภารกิจ Bangkok Radio ยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลในอนาคต โดยเฉพาะการขยายท่าเรือน้ำลึกและการเพิ่มปริมาณการเดินเรือ ซึ่งยิ่งทำให้ประเทศไทยต้องมีระบบสื่อสารระหว่างเรือกับฝั่งที่มั่นคงและสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
“ประเด็นการโอนภารกิจ Bangkok Radio จึงไม่ได้เป็นเพียงการย้ายงานจาก NT ไปยังกระทรวงคมนาคมหรือกรมเจ้าท่าเท่านั้น แต่เป็นการหาข้อสรุปเชิงนโยบายว่า ใครควรรับผิดชอบงบประมาณ ใครควรทำหน้าที่กำกับดูแล และใครควรเป็นผู้ดำเนินงานระบบสื่อสารที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยทางทะเลของประเทศ โดย NT ระบุว่าจะเร่งผลักดันให้เกิดความชัดเจนโดยเร็วที่สุด พร้อมเดินหน้าปฏิบัติภารกิจให้บริการต่อไปจนกว่าจะมีแนวทางหรือหน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน”