ทำไม Samsung จอพับ Z Fold 8 ไซซ์ใหม่ ตอบถูกจุด?

จากยอดสั่งจอง Samsung Galaxy สูงสุดในประวัติการณ์ของเกาหลีใต้ นับตั้งแต่ Galaxy Note 10 มาสู่ Galaxy Z Fold 8 ซีรีส์ ทำให้เห็นว่า ความน่าสนใจของมือถือจอพับรุ่นใหม่ในปีนี้ ออกมาได้อย่างน่าสนใจ และตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่กว้างมากขึ้น ไม่ได้เน้นเฉพาะใช้เพื่อทำงานอีกต่อไป จนถึงวันนี้ ที่เปิดวางขายวันแรกในไทยอย่างเป็นทางการ

จุดเปลี่ยนสำคัญของ Galaxy Z Fold 8 ซีรีส์ รอบนี้ คือการเพิ่มขนาดหน้าจอใหม่เข้ามาใน Galaxy Z Fold 8 ที่ให้ลักษณะของจอพับที่กางออกแล้วหน้าจอในมุมกว้าง ขณะที่ตัวเครื่องในตอนที่ยังไม่กางหน้าจอก็มีความกว้างขึ้น ทำให้สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องคอยกาง

แตกต่างจากขนาดเดิมที่สัดส่วนจอนอกจะมีความแคบและยาวเกินไป จนทำให้ตอนถือใช้งานเหมือนรีโมททีวี และการใช้งานจอนอกอย่างการพิมพ์ข้อความทำได้ลำบาก ซึ่งทำให้ผู้ใช้ของ Galaxy Z Fold ที่เป็นไซซ์เดิมมีอยู่อย่างจำกัด

พอมาเป็นสมาร์ทโฟนจอพับของปีนี้ Galaxy Z Fold 8 ที่มากับไซซ์ใหม่ ขนาดใกล้เคียงกับพาส์ปอต จอนอกได้ขนาด 5.6 นิ้ว ในสัดส่วน 4:3 เมื่อกางออกมาเป็น 7.6 นิ้ว ในสัดส่วน 16:10 ดังนั้น เวลาที่ไม่กางใช้งาน เพียงแค่ใช้จอนอกไถฟีดใช้งานโซเชียลมีเดีย ดู TikTok ปัดสตอรี่ IG ทำได้ง่ายๆ ในมือเดียว

เมื่อต้องการรับชมคอนเทนต์ที่จริงจังมากขึ้น เพียงกางหน้าจอออกมา ใช้รับชมวิดีโอแนวนอนจากบริการสตรีมมิ่งอย่าง Netflix หรือดูคลิปยาวบน YouTube ได้เต็มจอกับสัดส่วนมาตรฐาน หรือถ้าต้องการไถฟีดโซเขียลมีเดียด้วยจอใหญ่ ก็เพียงแค่เอียงเครื่องก็จะได้หน้าจอขนาดเดียวกับแท็บเล็ตพกพาได้ใช้งานแล้ว

เห็นได้ชัดเจนว่า Galaxy Z Fold 8 ไซซ์ใหม่นี้ มีโอกาสกลายเป็นรุ่นยอดนิยมที่ได้รับการตอบรับอย่างดีในปีนี้ เพราะนอกจากได้ตัวเครื่องขนาดใหม่แล้ว ยังเข้ามาตอบโจทย์การใช้งานเพื่อความบันเทิงอย่างเต็มที่ ใครที่ไม่ได้ต้องการจอพับเพื่อใช้ทำงาน แต่เพื่อความบันเทิงจึงตอบโจทย์สุดๆ 

Z Fold 8 Ultra ยังน่าสนใจหรือไม่?

ถ้าตัดในมุมของ Z Fold 8 ที่มีขนาดใหม่ออกมา ถ้ามองถึงความครบถ้วนในการใช้งานสมาร์ทโฟนจอพับระยะยาว Samsung ยังวางให้ Galaxy Z Fold 8 Ultra เป็นรุ่นท็อปสุดที่จะตอบโจทย์ได้กว้างกว่า กับไซซ์ขนาดที่คุ้นเคยจอนอก 6.5 นิ้ว กางออกมาได้จอใหญ่ขนาด 8 นิ้ว และปีนี้ทำให้บางลงกว่าเดิมไปอีก

เพียงแต่ภาพของการใช้งาน Z Fold 8 Ultra จะเน้นไปที่การเสริม Productivity เน้นการใช้ทำงานหลายหน้าจอพร้อมกัน สามารถเปิดแอปครึ่งจอ คู่กับแบ่งอีกครึ่งจอเป็น 2 แอป เพื่อทำงานได้ตลอด หรือถ้าต้องใช้ดูข้อมูล เอกสาร รวมถึงการประชุมออนไลน์ต่างๆ Z Fold 8 Ultra ยังตอบโจทย์ได้ตรงกว่า

ขณะเดียวกัน ซัมซุง ยังเพิ่มความต่างของ Fold 8 และ Fold 8 Ultra เข้าไป ในเรื่องของกล้องถ่ายภาพที่ในรุ่นท็อปสุดจะมากับเลนส์หลัก 200 ล้านพิกเซล คู่กับ เลนส์มุมกว้าง และเลนส์ซูม ในขณะที่ Fold 8 จะมากับเลนส์หลัก 50 ล้านพิกเซล คู่กับเลนส์มุมกว้างเท่านั้น นับว่าถ้าใครถ่ายซูมบ่อยๆ Fold 8 อาจไม่ตอบจุดนี้

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการใช้งานมือถือจอพับรุ่นใหม่ของซัมซุงปีนี้ มีจุดที่ผู้ใช้เดิมหลายๆ คนต้องปรับตัว โดยเฉพาะผู้ที่ใช้วางเครื่องกางหน้าจอ และปรับองศาให้เหมาะกับการดูคอนเทนต์ต่างๆ เพราะหลังอัปเดตบานพับ Flex Titanium ทำให้เวลากางหน้าจอถึงจุดนึงแล้วตัวจอจะเด้งกางออก ไม่สามารถปรับกางองศาได้เหมือนรุ่นก่อนแล้ว

สรุปแล้วการปรับไซซ์และสัดส่วนใหม่ใน Galaxy Z Fold 8 รอบนี้ ทำให้ซัมซุง ขยายฐานตลาดสมาร์ทโฟนจอพับได้กว้างขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้นเรื่องความบันเทิงเป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเก็บขนาดที่เหมาะกับการทำงานอย่างแท้จริงใน Fold 8 Ultra ไว้เช่นเดิม

หลังจากนี้ ต้องจับตาดูกันต่อไปเมื่อ คู่แข่งหลักของ Apple เข้าสู่ตลาดจอพับ แล้วซัมซุงที่ทำราคาได้ถูกกว่า ตัวเครื่องมีความพร้อมกว่าเพราะขายมาต่อเนื่องหลายรุ่นแล้ว จะเกาะกระแสมือถือจอพับ และกวาดตำแหน่งผู้นำในตลาดนี้ไปได้อย่างมั่นคงหรือไม่

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *