มันส์หยดไม่แพ้ฟุตบอลโลกคู่ระหว่างอาร์เจนติน่ากับอังกฤษ
สถานการณ์ตอนนี้ ดูเหมือนฟาก 3 กสทช.ผู้ทรงเกียรติกำลังได้เปรียบเหมือนอังกฤษที่ยิงนำอาร์เจนติน่า 1 ประตูต่อ 0
สิ่งที่ทำตอนนี้คือการคุมรูปเกม เล่นเกมรับ ยื้อเวลาไปไม่เข้าร่วมประชุมเพราะเหตุผล บลา บลา บลา….. ให้สถานการณ์และกระแสสังคมกดดันประธาน
ต้องไม่ลืมว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาทำหน้าที่เป็น ‘ที่ปรึกษากฎหมายของฝ่ายบริหาร’ ไม่ใช่องค์กรตุลาการ
ความเห็นทางกฎหมายของกฤษฎีกาไม่ได้ถูกต้องเด็ดขาดเสมอไป เพราะเคยเกิดกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดหรือศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยต่างออกไปจากที่กฤษฎีกาให้ความเห็น
ดังนั้นความเห็นของกฤษฎีกาที่ให้กรรมการสรรหา (ชุดที่ตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว) มาวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติของประธานกสทช. ที่ตอนนี้หลายฝ่ายยึดเป็นคัมภีร์ส่องทางสว่างเข้ากุมอำนาจกสทช.ต่างประเคนความเห็นรุมถล่มประธานกสทช.ในขณะนี้
อาจหลงทาง!!
ภาพที่เห็นผ่านทีวีดิจิทัลถึงเหตุการณ์ในกสทช.เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ไม่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ หรือ กูรูในวงการก็รับรู้ได้ว่า มหาศึกครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ขั้วชัดเจนระหว่างฟากประธานกสทช.กับรักษาการเลขาธิการกสทช. กับ ฟาก 3 กสทช.ผู้ทรงเกียรติ ที่ 2 ฟากนี้ห้ำหั่นกันมาตั้งแต่ช่วงแรกๆของการเป็นกสทช.
4 ปีการทำงานภายใต้ความอึมครึมของอำนาจ ความไม่สะเด็ดน้ำ ไม่เดินไปในทิศทางเดียวกันทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และ ทีวีดิจิทัล ไปไหนได้ไม่ไกลนักทั้งๆที่ภาคเอกชนมีความแข็งแรงและเข้มแข็งมาก (เฉพาะธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม)
ในขณะที่ยังมีอีกหลายเหตุการณ์รอการตัดสินใจจากกสทช.ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล แผนแม่บท โรดแมป เรื่องดาวเทียมสื่อสาร การประมูลคลื่นความถี่ เคเบิลใต้น้ำ ปัญหาเรื่อง OTT และ AI อธิปไตยของข้อมูล ต่างๆนานา ซึ่งเราน่าจะหมดหวังกับกสทช.ชุดนี้ไปได้แล้ว
ความพยายามล้มประธานกสทช. ส่วนหนึ่งอาจเป็นความพยายามล้างบาปจากการเลือกเข้ามาตอนต้น ซึ่งป่านนี้น่าจะรู้กันไปทั้งวงการแล้วว่า ประธานเข้ามาเป็นกสทช.ได้เพราะใคร เมื่อขั้วอำนาจเปลี่ยนก็อาจมีบางคนอยากจะสร้างสิ่งดีงามแก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดในอดีต แต่อาจกลายเป็นการทำผิดซ้ำซากก็เป็นได้
อีกคำถามที่น่าสงสัยคือถ้าประธานขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้น ทำไมไม่จัดการตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งใหม่ๆเมื่อ 4 ปีที่แล้ว จะมารอจนเหลือเวลาตามวาระอีกแค่ 2 ปีทำไม
ทางต่อสู้ของประธานกสทช.ที่กำลังจะยื่นเรื่องไปยังศาลปกครองอาจเป็นคำตอบของข้อโต้แย้งที่วนเวียนซ้ำซากในเรื่องการแย่งชิงอำนาจ ไม่ต้องพูดถึงกองทุน USO หลายหมื่นล้านบาทที่สงสัยการใช้งานอย่างไร ก็ยากที่จะหาใบเสร็จมากล่าวโทษกันได้
ประเด็นที่ฟ้องศาลปกครองน่าจะโต้แย้งคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหา ด้วยการพิสูจน์ให้เห็นถึงความคงอยู่ของกรรมการสรรหานั้นมีอยู่จริงหรือไม่ พร้อมทั้งคุ้มครองการปฎิบัติหน้าที่ของประธานกสทช.
ไม่ว่าคำพิพากษาของศาลปกครองจะออกมาเช่นไร มั่นใจได้ว่ามหาศึกนี้ไม่จบลงง่ายๆ เพราะทุกฝ่ายมองข้ามคำว่าผลประโยชน์ประเทศชาติไปหมดแล้ว มีแต่ชนะหรือแพ้เท่านั้น
มีคนตั้งข้อสังเกตว่าหากวุ่นวายกันมากนัก ทำไมไม่รีเซ็ตสั่งยุบและเลือกกสทช.ใหม่ให้เป็นคนของตัวเอง (ต้องมีความรู้ด้วยนะ) ซึ่งอยู่ในวิสัยที่นายกรัฐมนตรีสามารถทำได้
อะไรที่มันไม่ดีก็จัดการล้างให้สะอาดหมดจดซะก็สิ้นเรื่อง