รีวิว Samsung Galaxy S26 Ultra มือถือ AI ครบเครื่อง

หลังใช้งานต่อเนื่องมาเกิน 1 เดือน Samsung Galaxy S26 Ultra ไม่ทำให้ผิดหวัง กับการเป็นสมาร์ทโฟนแฟลกชิปที่มาพร้อมความครบเครื่อง ได้ทั้งเรื่องความแรง การใช้งานทางด้าน AI ที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น ไปจนถึงการถ่ายภาพที่ไว้ใจได้ทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ กับราคาเริ่มต้น 46,900 บาท

ในแง่ของดีไซน์ตัวเครื่องรอบนี้ Samsung เลิกใช้ขอบ “ไทเทเนียม” ที่เป็นจุดขายในรุ่น S25 Ultra และหันกลับมาใช้ Armor Aluminum แทน ทำให้หลายคนอาจมองว่าตัวเครื่องไม่หรูหราเท่าเดิม แต่ในความเป็นจริง กลายเป็นความท้าทายที่ทุกค่ายเจอ

เนื่องจากชิปเซ็ตรุ่นใหม่มันที่แรงขึ้น แต่ก็แลกมากับการสะสมความร้อนที่มากขึ้นด้วย ในจุดนี้อลูมิเนียมเข้ามาช่วยระบายความร้อนได้ดีกว่าไทเทเนียม เลยทำให้ทุกผู้ผลิตต้องเลือกประสิทธิภาพมากกว่า ส่วนเรื่องการจับถือ ตัวเครื่องบางลง ขอบโค้งมนขึ้น ทำให้จับถนัดมือมากขึ้นแม้จอจะใหญ่ถึง 6.9 นิ้วก็ตาม

ในส่วนของสเปกตัวเครื่อง S26 Ultra มากับหน้าจอ 6.9 นิ้ว แสดงผลลื่นไหลด้วย Adaptive Refresh Rate 1-120Hz สว่างสู้แดดจัดๆ ได้สบาย ที่ 2,600 nits แม้ในจุดนี้จะเริ่มข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากทางซัมซุงในช่วงเปิดตัวว่ามากับหน้าจอ 10-bit พันล้านสี แต่กลายเป็นว่าจริงๆ ยังใช้สเปกจอ 8-bit ที่ปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้แสดงผลได้คมชัดขึ้นแทน

ส่วนในการใช้งานจริง จากจุดขายหลักของจอ S26 Ultra คือฟีเจอร์ Privacy Display ที่ใช้การปรับปรุงซอฟต์แวร์การแสดงผลให้สามารถจำกัดความกว้างของเม็ดพิกเซลในการเปล่งแสงได้ ช่วยทำให้สามารถควบคุมได้ละเอียดถึงระดับแอปฯ หรือการปิดบังบางส่วนของหน้าจอ

เมื่อเปิดใช้งาน Privacy DIsplay

ทำให้เมื่อเปิดใช้งานโหมด Privacy Display ตัวเครื่องจะทำการป้องกันไม่ให้คนที่อยู่ข้างๆ สามารถมองหน้าจอได้ จะเห็นเพียงหน้าจอมืดๆ ดำๆ แทน ซึ่งข้อดีก็คือสามารถเลือกเปิด หรือปิดใช้งานได้ ทำให้ถ้าใช้งานในพื้นที่สาธารณะค่อยเปิดก็ไม่เสียหาย และเป็นจุดที่แบรนด์อื่นยังทำไม่ได้ในเวลานี้

กลับมาที่ชิปเซ็ตในการประมวลผลที่เป็นหัวใจหลักของ S26 Ultra ทำงานบน Snapdragon 8 Elite Gen 5 แรงแบบไม่ต้องสืบ เล่นเกมหนักสุด กราฟิกโหดสุดได้สบาย แต่แน่นอนว่ายิ่งแรง ยิ่งกินไฟ ยิ่งร้อน รอบนี้ซัมซุงเก่งตรงที่จัดการความร้อนระบายออกทางขอบอลูมิเนียมได้ดีมาก ถึงใช้งานหนักๆ จับเครื่องแล้วไม่รู้สึกว่าร้อนแบบรุ่นก่อนๆ

กล้องได้ทุกระยะ ไว้ใจได้

สำหรับกล้องของ S26 Ultra ยังจัดเต็มด้วยกล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้าง และเลนส์ซูม 50 ล้านพิกเซล ที่ถ่ายไกลได้คมกริบเหมือนเดิม รูรับแสงก็กว้างขึ้น ถ่ายกลางคืนสว่างขึ้น แต่ของจริงรอบนี้อยู่ที่แอป Expert RAW ถ้าใครที่ปรับแต่งภาพได้ แนะนำให้ถ่ายภาพโหมดนี้แล้วมาปรับเพิ่มจะได้ความละเอียดและโทนสีที่ตรงใจมากๆ

ทีเด็ดหลังๆ หนีไม่พ้นความฉลาดหลักๆ ของ Galaxy AI ที่สามารถสั่ง AI สร้างรูปเพิ่มเติม ลบคนเนียนๆ หรือขยายพื้นหลังรูปได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับปากกา S-Pen ทำให้การสร้างสรรค์รูปแบบแบบใหม่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ในระบบปฏิบัติการ One UI 8.5 ยังได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ทำให้ผู้ใช้งาน S26 Ultra สามารถ AirDrop รูป หรือไฟล์ไปให้ผู้ใช้งาน iOS หรือเครื่อง Mac ผ่าน QuickShare ได้ด้วย ใครที่เพื่อนๆ ใช้ iPhone แล้วถ่ายซูมสู้ S26 Ultra ไม่ได้ ถึงเวลาอวดคุณภาพรูปให้ทุกคนรู้กันแล้ว

ชาร์จเร็ว 60W มาสักที

ปิดท้ายที่เรื่องของแบตเตอรี ในรอบนี้ S26 Ultra อัปเกรดระบบชาร์จเร็วขึ้นมาเป็น 60W แล้ว ช่วยให้ชาร์จจาก 0-50% ได้ในครึ่งชั่วโมง เพียงแต่ว่าด้วยขนาดแบต 5000 mAh ที่ให้มา หลายคนอาจรู้สึกว่าแบตฯ หมดเร็ว ยิ่งเมื่อใช้งานโซเชียล ถ่ายวิดีโอ แบตอาจไม่เพียงพอให้ใช้ตลอดวัน

แต่ถ้าใครที่ไม่ค่อยได้ใช้งานหนักๆ ใช้รับส่งอีเมล โซเชียลระหว่างเดินทาง เปิดกล้องถ่ายภาพตามโมเมนต์ ไม่ได้ใช้งานต่อเนื่อง แบตเตอรีที่ให้มาถือว่าเพียงพอกับการใช้งานในแต่ละวันอยู่แล้ว ที่ไม่พอคือการใช้งานหนักๆ ต่อเนื่องติดกันหลายๆ ชั่วโมง

สำหรับ ราคาเปิดตัวของ Galaxy S26 Ultra ในไทยเริ่มต้นที่ 46,900 บาท (ความจุ 256GB) ไปจนถึงตัวท็อปสุด 66,900 บาท (ความจุ 1TB) ซึ่งถ้าเป็นผู้ที่ต้องใช้งานสมาร์ทโฟนเพื่อทำงาน ได้คุณภาพเครื่องที่ไว้ใจได้ รุ่นนี้คือว่าคุ้ม

ส่วนถ้าไม่ได้มองเรื่องการถ่ายภาพ หรือใช้งาน AI หนักๆ มาช่วยแต่งรูป เครื่องรุ่นนี้ก็อาจจะเกินความจำเป็นไปพอสมควร เพราะในตลาดยังมีตัวเลือกอื่นที่คุ้มค่ามากกว่านี้ ถ้าไม่ได้ใช้งานตัวเครื่องแบบเต็มที่

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *