Apple เปิดตัว iPhone 17e ชูประสิทธิภาพที่เร็วยิ่งขึ้น ใช้ชิป A19 ตัวเดียวกับ iPhone 17 ทั้งตระกูล เร็วกว่า iPhone 11 ถึง 2 เท่า ประหยัดแบตกว่าเดิม กล้อง Fusion 48MP พร้อมเทเลโฟโต้ 2 เท่าคุณภาพออปติคัล เหมือนได้กล้อง 2 ตัวในเครื่องเดียว หน้าจอกระจก Ceramic Shield 2 ทนรอยขีดข่วนดีขึ้น 3 เท่า กันน้ำระดับ IP68 รองรับ MagSafe ครั้งแรกในรุ่น e ชาร์จไร้สายได้สูงสุด 15W ชาร์จผ่าน USB-C ได้ 50% ในเวลาเพียง 30 นาที เปิดให้จองวันพุธที่ 4 มีนาคม เวลา 21.15 น. และวางจำหน่ายวันพุธที่ 11 มีนาคม ตามเวลาในประเทศไทย มาพร้อมกับ 3 สี ดำ ขาว และชมพูอ่อน (สีใหม่) ราคา 22,900 บาท ความจุ 256 GB เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากรุ่นก่อนในราคาเท่าเดิม

iPhone 17e สมาชิกใหม่ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone 17 ความสามารถอันทรงพลังและราคาอันย่อมเยาเป็นหัวใจสำคัญ ชิป A19 รุ่นล่าสุดที่มอบประสิทธิภาพเหนือชั้นสำหรับทุกการใช้งาน มาพร้อมกับ C1X โมเด็มระบบเซลลูลาร์เจเนอเรชั่นล่าสุดที่ออกแบบโดย Apple ซึ่งเร็วกว่าโมเด็ม C1 ใน iPhone 16e ถึงสองเท่า กล้อง Fusion 48MP เก็บภาพถ่ายได้สวยงามสามารถใช้งานฟีเจอร์ภาพถ่ายบุคคลเจเนอเรชั่นล่าสุด และถ่ายวิดีโอระดับ 4K แบบ Dolby Vision มีเทเลโฟโต้ 2 เท่า คุณภาพระดับออปติคัลที่เหมือนได้กล้องสองตัวในตัวเดียว
จอภาพ Super Retina XDR ขนาด 6.1 นิ้วที่สวยงามน่าทึ่งได้รับการปกป้องด้วย Ceramic Shield 2 ที่ทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ช่วยลดแสงสะท้อน ในขณะที่ MagSafe ช่วยให้ผู้ใช้เพลิดเพลินกับการชาร์จแบบไร้สายที่รวดเร็ว พร้อมเข้าถึงระบบอุปกรณ์เสริมอย่างที่ชาร์จและเคสที่หลากหลาย
เมื่อผู้ใช้ iPhone 17e อยู่นอกพื้นที่ของระบบเซลลูลาร์และ Wi-Fi ก็ยังมีคุณสมบัติด้านดาวเทียมที่ล้ำสมัยของ Apple ไม่ว่าจะเป็น SOS ฉุกเฉิน, บริการช่วยเหลือบนท้องถนน, ข้อความ หรือค้นหาของฉันผ่านดาวเทียม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานต่อติดกับคนอื่นๆ อยู่ตลอดในเวลาจำเป็น
ดีไซน์งดงามตวามทนทานเพิ่มขึ้น
iPhone สามารถคงมูลค่าการใช้งานได้ยาวนานกว่าสมาร์ทโฟนอื่นๆ ดีไซน์ทำจากอะลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศมีความแข็งแรงแต่น้ำหนักเบา ทนน้ำ น้ำที่กระเด็นใส่ และฝุ่นที่ระดับ IP684 กลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone 17 ยังมาพร้อมกระจกหน้าแบบ Ceramic Shield 2 ที่มีอยู่แล้วในกลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone 17 ทุกรุ่น ซึ่งแข็งแกร่งกว่ากระจกบนสมาร์ทโฟนไหนๆ พร้อมด้วยการเคลือบผิวที่ออกแบบโดย Apple ที่ทำให้ทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และการป้องกันการสะท้อนที่ดียิ่งขึ้นเพื่อช่วยลดแสงสะท้อน
จอภาพ Super Retina XDR พร้อมเทคโนโลยี OLED มอบประสบการณ์การรับชมที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะสตรีมวิดีโอแบบ Dolby Vision หรือเล่นเกม และด้วยความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดสูงสุดถึง 1,200 นิตในโหมด HDR ดูคอนเทนต์ได้ชัดเจนท่ามกลางแดดจ้า Face ID ช่วยให้ปลดล็อค iPhone 17e, ยืนยันการซื้อ, ลงชื่อเข้าแอป รวมถึงอื่นๆ อีกมากมายด้วยวิธีที่ง่ายดายและปลอดภัย ปุ่มแอ็คชั่นช่วยให้เข้าถึงคุณสมบัติโปรด เช่น ไฟฉาย ระบบอัจฉริยะด้านภาพ และอีกมากมายได้เพียงกดครั้งเดียว

ประหยัดพลังงานชั้นยอด
iPhone 17e มาพร้อมชิป A19 เจเนอเรชั่นล่าสุดที่สร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี 3 นาโนเมตรสุดล้ำเพื่อประสิทธิภาพอันทรงพลัง CPU แบบ 6-core ที่เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเร็วกว่า iPhone 11 ถึง 2 เท่า รองรับทุกการทำงานตั้งแต่การเลื่อนดูภาพถ่ายไปจนถึงการใช้ความสามารถแบบล้ำๆ ของ Apple Intelligence เช่น คุณสมบัติลบออก (Clean Up) ในแอปรูปภาพ GPU แบบ 4-core พร้อม Neural Accelerators ช่วยปลดล็อคการเล่นเกมระดับคอนโซลที่ล้ำไปอีกขั้นที่เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงรองรับเกมระดับ AAA ที่เน้นกราฟิกหนักๆ และใช้เรย์เทรซซิ่งที่เร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์เพื่อให้การตกกระทบและการสะท้อนแสงมีความถูกต้องสมจริงยิ่งขึ้น Neural Engine แบบ 16-core ที่อัปเกรดใหม่ได้รับการปรับมาให้เหมาะกับโมเดล Generative ขนาดใหญ่ และเมื่อนำมารวมกับ Neural Accelerators ที่อยู่ใน GPU แต่ละคอร์ ก็ยิ่งช่วยให้ Apple Intelligence และโมเดล AI อื่นๆ ทำงานได้รวดเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
ยิ่งกว่านั้น iPhone 17e ยังมีโมเด็มระบบเซลลูลาร์เจเนอเรชั่นล่าสุดที่ออกแบบโดย Apple อย่าง C1X ซึ่งเร็วกว่าโมเด็ม C1 ใน iPhone 16e สูงสุด 2 เท่าและมีความเร็วเทียบเท่า iPhone Air C1X ยังใช้พลังงานน้อยกว่าโมเด็มใน iPhone 16 Pro ถึง 30% จึงช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวันอย่างน่าทึ่ง
ชาร์จเร็ว และ MagSafe แสนสะดวก
iPhone 17e มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนานตลอดทั้งวัน ซึ่งขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพของ Apple silicon รวมถึงโมเด็ม C1X และการจัดการพลังงานขั้นสูงของ iOS 26 iPhone 17e สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้สูงสุด 50% ในเวลาประมาณ 30 นาที รองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วย MagSafe และ Qi2 ได้สูงสุด 15 วัตต์ เมื่อเทียบกับ iPhone 16e ที่ชาร์จแบบไร้สายได้สูงสุด 7.5 วัตต์

กล้องสุดล้ำเก็บบันทึกทุกช่วงเวลา
iPhone 17e สามารถถ่ายภาพที่สวยงามพร้อมรายละเอียดคมชัด แม้ในสภาพแสงน้อยด้วยโหมดกลางคืน โดยกล้อง Fusion 48MP ซึ่งมาพร้อมเทเลโฟโต้ 2 เท่าที่มีคุณภาพระดับออปติคัล ทำให้ผู้ใช้เหมือนกับมี 2 กล้องในกล้องเดียว ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพคมชัดด้วยความละเอียดสูงสุด 48MP หรือเลือกถ่ายที่ความละเอียดเริ่มต้นที่ 24MP เพื่อคุณภาพภาพที่ยอดเยี่ยม พร้อมขนาดไฟล์ที่เหมาะสมต่อการจัดเก็บและแชร์ต่อ
โหมดภาพถ่ายบุคคลได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นด้วยระบบประมวลผลภาพขั้นสูง เพื่อมอบความลึกที่ดูเป็นธรรมชาติอ พร้อมโบเก้ที่นุ่มนวลซึ่งจะเบลอฉากหลังอย่างสวยงาม แต่ยังคงความคมชัดของตัวแบบได้อย่างสมบูรณ์
iPhone 17e ถ่ายวิดีโอได้อย่างสวยงามน่าทึ่ง ด้วยความสามารถในการบันทึก Dolby Vision ระดับ 4K ที่ 60 fps
iPhone 17e ช่วยให้ผู้ใช้ต่อติดอยู่เสมอและสามารถขอความช่วยเหลือในเวลาที่ต้องการ แม้จะอยู่นอกพื้นที่ของระบบเซลลูลาร์และ Wi-Fi ผู้ใช้ก็สามารถส่งข้อความถึงเพื่อนและครอบครัวได้ด้วยข้อความผ่านดาวเทียม ติดต่อบริการฉุกเฉินด้วย SOS ฉุกเฉินผ่านดาวเทียม และขอรับความช่วยเหลือบนท้องถนนด้วยบริการช่วยเหลือบนท้องถนนผ่านดาวเทียม นอกจากนี้ ยังสามารถใช้แอปค้นหาของฉันเพื่อแชร์ตำแหน่งที่ตั้งผ่านดาวเทียมเพื่อให้เพื่อนๆ และครอบครัวอุ่นใจได้โดยรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน
iOS 26 และ Apple Intelligence
iPhone 17e มาพร้อมiOS 26 ความสามารถของ Apple Intelligence ที่ทรงพลัง และการปรับปรุงแอปที่ผู้ใช้ต้องใช้งานทุกวันให้มีประโยชน์มากขึ้น ดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อม Liquid Glass มอบประสบการณ์ในการใช้งานแอปและระบบที่สื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกได้ดีขึ้นและเพลิดเพลินยิ่งกว่าเดิม
iPhone 17e กับสิ่งแวดล้อม
Apple 2030 คือแผนที่จะทำให้ฟุตพริ้นต์ทั้งหมดมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในทศวรรษนี้ด้วยการลดการปล่อยก๊าซจากผลิตภัณฑ์ที่มาจากแหล่งใหญ่ที่สุดทั้ง 3 แหล่งอย่างวัสดุ ไฟฟ้า และการขนส่ง iPhone 17e ผลิตขึ้นจากวัสดุรีไซเคิล 30% ซึ่งประกอบด้วยอะลูมิเนียมรีไซเคิล 85% ในตัวเครื่องและโคบอลต์รีไซเคิล 100% ในแบตเตอรี่ โดยการผลิตทั่วทั้งซัพพลายเชนนั้นใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 55% เช่น ลมและแสงอาทิตย์ ด้ง่ายอีกด้วย
ราคาและการวางจำหน่าย
iPhone 17e มาในแบบผิวด้านที่เรียบหรูโดยมีให้เลือกทั้งสีดำ สีขาว และสีใหม่อย่างสีชมพูอ่อน สั่งซื้อล่วงหน้าเริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 4 มีนาคม และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันพุธที่ 11 มีนาคม มาพร้อมความจุเริ่มต้นที่ 256GB ในราคา 22,900 บาท ซึ่งมีความจุเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากความจุเริ่มต้นของรุ่นก่อนหน้าในราคาเท่าเดิม และมากกว่า iPhone 12 ถึง 4 เท่า
ล่าสุด Apple Trade In ให้เครดิตมูลค่าสูงสุด 3,000 บาท เมื่อลูกค้านำ iPhone 12 มาแลก หรือสูงสุด 5,300 บาท เมื่อลูกค้านำ iPhone 13 มาแลก นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับลูกค้าที่ไม่มีอุปกรณ์เก่าสำหรับแลกเปลี่ยนด้วย ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์จากข้อเสนอเหล่านี้ได้โดยไปที่ Apple Store Online หรือ Apple Store