ความคุ้มค่ายังคงกลายเป็นจุดเด่นหลักของสมาร์ทโฟนในแบรนด์ POCO ของ Xiaomi ที่ในรอบนี้ อัปเกรด POCO M8 Pro 5G มาให้โดดเด่นครบเครื่องแบบร้อนด้านมากยิ่งขึ้น ทั้งให้หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.83 นิ้ว ตามด้วยแบตเตอรีขนาดใหญ่ 6,500 mAh และทีเด็ดที่กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล ในราคาเริ่มต้นที่ 8,999 บาท
ไม่เพียงแค่นั้น POCO M8 Pro ยังมากับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP69K ที่ไม่ใช่แค่กันน้ำลึกเท่านั้น แต่ยังป้องกันเพิ่มไม่ถึงแรงดันน้ำ ทำให้มั่นใจได้ว่าเครื่องรองรับการใช้งานในหลากหลายสภาวะ เสริมกับหน้าจอ Gorilla Glass Victus 2 ช่วยเสริมเรื่องความแข็งแรงจากการตกกระแทก

ความประทับใจแรกของ POCO M8 Pro ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะหน้าจอ แต่เป็นเรื่องของน้ำหนัก และ ขนาด โดยตัวเครื่องน้ำหนักอยู่ที่ 205.9 กรัม บาง 8.31 มิลลิเมตร ซึ่งเมื่อเทียบกับแบตเตอรี Silicon Carbon ขนาด 6,500 mAh ที่ให้มา ถือว่า POCO ทำออกมาได้น่าสนใจเป็นอย่างมาก
ประกอบกับตัวเครื่องใช้การออกแบบ Quad-Curved ที่ขอบเครื่องมีความโค้งเข้ามา ช่วยให้การจับถือทำได้ถนัดมากขึ้น ประกอบกับการเน้นดีไซน์แบบมินิมอล พร้อมดีไซน์วางกล้องแบบ Floating Deco ที่เล่นลวดลายให้ฝาหลังโดดเด่นขึ้นมา

หน้าจอแสดงผลของ POCO M8 Pro 5G มากับขนาด 6.82 นิ้ว ความละเอียด 1.5K CrystalRes ความหนาแน่นพิกเซล 447 ppi อัตราการแสดงผลที่ 120 Hz ให้ความคมชัดที่เหนือกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ที่ยังใช้จอ FHD+ ในช่วงระดับราคาใกล้เคียงกัน และยังให้ความสว่างสูงสุดมาที่ 3,200 nits เพิ่มเติมด้วยฟีเจอร์อย่าง Wet Touch 2.0 ให้สามารถสัมผัสหน้าจอได้แม่นยำแม้ตัวเครื่องเปียกน้ำก็ตาม

ประสิทธิภาพของเครื่องรุ่นนี้ มากับชิป Snapdragon 7s Gen 4 ที่สามารถทำคะแนนทดสอบ AnTuTu ทะลุ 1 ล้านคะแนน จึงนับได้ว่าเพียงพอกับการใช้งานทั่วไป รวมถึงการเล่นเกมที่เป็นจุดเด่นของเครื่อง POCO นี้ด้วย

นอกจากนี้ POCO ยังมากับโหมดสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ช่วยเร่งประสิทธภาพของตัวเครื่องให้ใช้งานได้เต็มที่มากขึ้น ในเวลาที่เข้าใช้งานแอปฯ เกม ทำให้ได้เฟรมเรตนิ่งๆ ที่น่าเสียดายคือตัวเครื่องใช้งานพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ UFS 2.2 ในขณะที่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ปัจจุบันเริ่มขยับเป็น UFS 3.1 ที่ให้ความเร็วในการอ่าน-เขียน ข้อมูลสูงขึ้นแล้ว

ในส่วนของแบตเตอรี POCO M8 Pro มากับแบตฯ ใหญ่ 6,500 mAh ที่เพียงพอกับการใช้งานตลอดวันแบบเหลือๆ และที่สำคัญคือมากับระบบชาร์จเร็ว 100W HyperCharge ด้วย ทำให้สามารถชาร์จแบตเต็มได้ในเวลา 40 นาที รวมถึงมีระบบ Reverse Charging ให้อุปกรณ์อื่นผ่านพอร์ต USB-C ให้ความแรงถึง 22.5W ด้วย

กล้อง 50 ล้านพิกเซล ตัวเดียวกับแฟลกชิป

ที่บอกว่า POCO M8 Pro มีความครอบคลุมรอบด้านมากขึ้นในรอบนี้ เพราะมีการปรับปรุงกล้องให้โดดเด่นขึ้น โดยเฉพาะเลนส์หลัก 50 ล้านพิกเซล ที่ใช้เซ็นเซอร์ Light Fusion 800 รุ่นเดียวกับใน POCO F8 Pro ที่เป็นรุ่นแฟลกชิป
ดังนั้น จึงคาดหวังได้กับการถ่ายภาพทั้งกลางวันและกลางคืน Dynamic Range กว้าง เก็บรายละเอียดในที่แสงน้อยได้ดีเยี่ยม ดีกว่ากล้อง 200MP รุ่นเก่าๆ เสียอีก นอกจากนี้ ยังมี AI Ultra-Clear Portrait ปรับสกินโทนได้เป็นธรรมชาติขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเลนส์ Ultra-wide ให้มาเพียง 8 ล้านพิกเซลเท่านั้น และไม่มีเลนส์ซูมมาให้ ถ้าเป็นสายที่ใช้ถ่ายซูม ถ่ายคอนเสิร์ตรุ่นนี้อาจไม่ตอบโจทย์ ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เพียงพอให้ใช้งานได้สบายๆ
ใช้งานยาวๆ มี Google AI ให้ใช้

สำหรับการใช้งานในระยะยาว POCO M8 Pro มากับระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 2.0 บน Android 16 ที่รองรับการทำงานของ Gemini ทำให้สามารถใช้งาน AI อย่าง Circle to Search ในการค้นหาข้อมูล หรือคำสั่งเสียงร่วมกับ Gemini ได้เต็มที่
อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่เป็นเครื่องจีน ทำให้เวลาเปิดเครื่องใช้งานครั้งแรก ยังมีการแอบติดตั้งแอปฯ ที่ไม่จำเป็นมาให้อยู่เช่นเดิม แลกกับความคุ้มค่าของตัวเครื่อง ดังนั้นถ้าเปิดใช้งานแล้วพบแอปฯ ที่ไม่ได้ใช้งานก็แนะนำให้ลบทิ้งออกไปได้
สรุป

POCO M8 Pro 5G นับเป็นสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่ากับราคาเปิดตัวที่ 8,999 บาท โดยมีให้เลือกทั้งรุ่น 8/256 GB และ 8/512 GB ถ้ามีแผนจะใช้งานยาวๆ การเลือกรุ่นท็อปไปเลยน่าจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะปัจจุบันเมื่อคอนเทนต์มีขนาดใหญ่ขึ้น พื้นที่เก็บข้อมูล 256 GB อาจไม่เพียงพอแล้ว