HPE จัดงาน HPE Discover More AI 2025 Southeast Asia งานใหญ่ประจำปีของ HPE มีลูกค้าและพันธมิตรเข้าร่วมกว่า 1,500 ราย ผู้บริหารระดับสูงของ HPE ผู้คิดค้นนวัตกรรม และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีให้ความสนใจในความก้าวหน้าใหม่ ๆ ของการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ AI และการเปลี่ยนไปใช้ระบบคลาวด์
ภายใต้ธีม “Unlock Ambition” งานในปีนี้ได้รวบรวมผู้นำทางความคิดและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากทั่วทั้งภูมิภาคมาร่วมถ่ายทอดมุมมองผ่าน Keynote Sessions, การเสวนากับผู้เชี่ยวชาญ และ การสาธิตเทคโนโลยี ที่ตอกย้ำให้เห็นถึงนวัตกรรมของ HPE ที่ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถ ปลดล็อกศักยภาพใหม่ สร้างการเติบโตอย่างมั่นคง และยกระดับการดำเนินงานให้ทันสมัยด้วยความมั่นใจ

โดยธีมของงานยังสะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ขณะที่ AI กำลังเคลื่อนจากระยะทดลองสู่การใช้งานจริง, ระบบคลาวด์แบบไฮบริด กลายเป็นสถาปัตยกรรมหลักขององค์กร และ เครือข่ายกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะศูนย์กลางการควบคุมขององค์กร
ในช่วงบรรยายหลักในหัวข้อ “Unlock Your AI Ambition” มาร์ก แอ็บเล็ตต์ รองประธาน HPE Networking ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น และเกียง เหงียน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัทนันยาง ไบโอโลจิกส์ ได้พูดคุยถึงวิธีการที่องค์กรต่าง ๆ สามารถทำเพื่อเร่งสร้างนวัตกรรมผ่านโครงสร้างพื้นฐาน AI และการเชื่อมต่ออัจฉริยะ
นอกจากนี้ยังมีผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ สโมสรฟุตบอลท็อตแนมฮ็อทสเปอร์, เอสที เอ็นจิเนียริ่ง, ธนาคารเพื่อการลงทุนเคนันกา, ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด และบริษัทสยามเอไอ คลาวด์ ที่มาร่วมแบ่งปันตัวอย่างจากประสบการณ์จริงว่า AI นั้นกำลังสร้างนิยามประสบการณ์ใหม่ กำลังขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติ และพลิกโฉมศูนย์ข้อมูลได้อย่างไรบ้าง
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัว HPE GreenLake Intelligence และ HPE AI Factory ที่พัฒนาโดย NVIDIA AI Computing by HPE ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้เข้าถึง AI ได้ง่ายขึ้น และมีความพร้อมสำหรับองค์กร ผู้เข้าร่วมงานยังได้พูดคุยถึงกรณีศึกษาในชีวิตจริง และการจัดแสดงเทคโนโลยีที่ครอบคลุมแพลตฟอร์มข้อมูลแบบรวมศูนย์ สถาปัตยกรรมแบบ Zero Trust และ 5G แบบส่วนตัว

พลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ HPE ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยและภาพรวมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังอยู่ในช่วงสำคัญของวิวัฒนาการทางดิจิทัล HPE Discover More AI จะช่วยให้ผู้นำมองเห็นความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น เมื่อความมุ่งมั่นที่ยิ่งใหญ่ได้มาบรรจบกับนวัตกรรม และได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ และความร่วมมือในระบบนิเวศที่เหมาะสม
การมุ่งเน้นประเด็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโดยใช้ AI เป็นหลัก รวมถึงความยั่งยืน และนวัตกรรมคลาวด์ไฮบริดที่ปลอดภัย ทำให้งาน HPE Discover More AI 2025 Southeast Asia ช่วยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ HPE ที่จะช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ เป็นผู้นำ รวมทั้งเปลี่ยนแปลง และปรับขนาดธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบในยุคที่ข้อมูล AI และการเชื่อมต่อนั้นเป็นตัวกำหนดข้อได้เปรียบในการแข่งขัน

“HPE Discover More AI แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำนวัตกรรม AI-native ระดับโลกของ HPE เข้ามาใกล้ชิดลูกค้าของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อผสานรวม HPE GreenLake Intelligence, คุณสมบัติด้าน AI ขั้นสูง และความเป็นผู้นำด้านไฮบริดคลาวด์เข้าด้วยกัน เราจะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้เปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงาน และเร่งสร้างนวัตกรรมจาก Edge ไปสู่ Cloud ได้” มาร์ก แอ็บเล็ตต์ รองประธาน HPE Networking ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น กล่าว
งาน HPE Discover More AI 2025 Southeast Asia มีหัวข้อการสนทนาที่ครอบคลุมไปถึงการทำงานอัตโนมัติของ AI การเพิ่มประสิทธิภาพของคลาวด์แบบไฮบริด และเครือข่ายอัจฉริยะ ซึ่งช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นของ HPE ในการที่จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุค AI-native โดยมีความปลอดภัย ความยั่งยืน และประสิทธิภาพเป็นหัวใจสำคัญ

ในส่วน นรินเดอร์ กาปูร์ รองประธานอาวุโส และกรรมการผู้จัดการ HPE เอเชียแปซิฟิก มองว่า ปัจจุบันเกือบทุกองค์กรในเอเชียแปซิฟิกกำลังพูดถึง AI แต่ส่วนใหญ่ยังประเมินความซับซ้อนของการนำ AI มาใช้ในระดับใหญ่ต่ำกว่าความจริง โดยความท้าทายสำคัญคือ ต้นทุน AI บน public cloud ที่คาดการณ์ยาก โปรเจกต์ AI กระจัดกระจายหลายระบบ และการจัดสรรให้เหมาะสมกับงานยังทำได้ยาก
องค์กรส่วนใหญ่ยังคงมีปัญหา data silo และไม่มี single view of data ทำให้สร้าง data pipeline สำหรับ AI ได้ยาก หลายองค์กรเริ่มต้น AI ได้ แต่ขาดทักษะในการขยายสเกลให้เกิดผลลัพธ์ทั่วทั้งองค์กร
โดย HPE จะช่วยแก้ปัญหาได้ด้วย HPE AI Factory ที่รวม compute, storage, networking, data fabric และ AIOps ไว้ในแพลตฟอร์มเดียวเพื่อช่วยให้องค์กรนำ AI ไปใช้ได้เร็วขึ้นและง่ายขึ้น โดย HPE มี AI Factory 3 รูปแบบ ได้แก่ Private Cloud for AI สำหรับองค์กรที่เริ่มต้นเล็ก, AI Factory แบบสเกลองค์กร และ Sovereign AI Factory สำหรับหน่วยงานที่ต้องการควบคุมข้อมูลเต็มรูปแบบและแยกจากอินเทอร์เน็ต
ผู้บริหาร HPE กล่าวว่า ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ด้าน AI อันดับ 1–3 ของโลก และประมาณ 6 จาก 10 อันดับแรก ใช้เทคโนโลยีของ HPE แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้าน AI Infrastructure โดย HPE GreenLake เป็น control plane กลางที่บริหาร AI ทั้ง on-prem, cloud และ edge พร้อม data fabric ช่วยให้เห็นข้อมูลจากทุกแหล่งในมุมมองเดียว
“หากต้องการใช้ AI อย่างจริงจัง องค์กรต้องเริ่มจากการ modernize โครงสร้างพื้นฐาน แอปพลิเคชัน และวาง data governance ให้ครบ ก่อนจะขยาย AI ในวงกว้าง ซึ่ง HPE มีทั้งบริการให้คำปรึกษา (AI roadmap) และบริการ implement (infra, data, control plane) พร้อมร่วมงานกับ SI ในชั้นแอปพลิเคชันเพื่อให้ครบครบทุก layer ของ AI
ทั้งนี้ มาร์ก แอ็บเล็ตต์ กล่าวถึง การควบรวม Juniper ทำให้ HPE สามารถมอบระบบเครือข่ายที่มี AI และ security แบบ “ฝังอยู่ภายใน” ไม่ใช่โซลูชันเสริม
“AI-native networking ช่วยตรวจจับความผิดปกติได้รวดเร็วขึ้น และแก้ปัญหาได้มีประสิทธิภาพกว่าระบบที่เป็น security แบบ bolt-on”
Aruba Central และ Juniper Mist จะยังดำเนินควบคู่กัน แต่ HPE กำลังสร้างชั้น microservices บน GreenLake เพื่อเชื่อมทั้งสองแพลตฟอร์มให้ใช้ความสามารถ AI ร่วมกันได้
พลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กล่าวว่า ภายใต้ธีม “Unlock Ambition” สะท้อนภารกิจของ HPE Thailand ที่ต้องการช่วยให้องค์กรไทยเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยี IT และ AI
“HPE Thailand เดินหน้า 3 เสาหลักคือโซลูชันเครือข่ายอัจฉริยะ (Aruba + Juniper) แพลตฟอร์ม Hybrid Cloud – HPE GreenLake โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ร่วมพัฒนากับพันธมิตร เช่น NVIDIA”
องค์กรไทยสามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และขยายบริการได้เร็วขึ้นด้วยรูปแบบ as-a-service ของ HPE ตัวอย่างธนาคารขนาดใหญ่ในไทยที่ใช้ GreenLake กับ core banking, mobile banking และ loan system สามารถประหยัดต้นทุนได้ประมาณ 30–50% (ตัวเลขไม่เป็นทางการ) และรองรับ peak load ได้ดีขึ้นมาก
HPE ฝัง AI agents ไว้ในผลิตภัณฑ์ของตนทั้งnetwork และGreenLak เพื่อช่วยอัตโนมัติการมอนิเตอร์ความปลอดภัยและการยืนยันตัวตน ลดงาน manual ของลูกค้า HPE Thailand ตั้งใจช่วยองค์กรไทย ปรับโครงสร้างพื้นฐาน แพลตฟอร์มข้อมูล และกลยุทธ์ cloud เพื่อรองรับการใช้ AI อย่างมั่นใจและยั่งยืน