สำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดผลสำรวจโครงการ “Quick survey” รัฐบาลเฉพาะกิจ 4 เดือน พบประชาชน 40.3% คาดหวังให้รัฐบาลลดค่าครองชีพ/ควบคุมราคาสินค้าอุปโภค – บริโภค ส่วนนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลควรเร่งดำเนินนโยบายสร้างรายได้ ลดรายจ่าย 86.8%

ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ(สสช.) เปิดเผยว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายของรัฐบาล พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 17 – 23 ตุลาคม 2568 โดยการสำรวจครั้งนี้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีสัมภาษณ์ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งอาศัยอยู่ในครัวเรือนส่วนบุคคลทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 5,000 ราย ใช้แผนการสุ่มตัวอย่างแบบ Stratified Two – stage Sampling เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นตัวแทนของประชาชนทุกภูมิภาค
ของประเทศ โดยกำหนดความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น 95.0% สรุปผลที่น่าสนใจได้ดังนี้
ความคาดหวังต่อรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
ประชาชนตัวอย่าง 40.3% คาดหวังให้รัฐบาลลดค่าครองชีพ/ควบคุมราคาสินค้าอุปโภค – บริโภค ถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุด รองลงมาคาดหวังให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ (31.5%) แก้ปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา (30.8%) แก้ปัญหาภาคเกษตร เช่น ราคาพืชผลตกต่ำ ลดราคาปุ๋ย เป็นต้น (19.4%) และแก้ปัญหายาเสพติด (18.1%)
นโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลควรดำเนินการ 5 อันดับแรก จากการสัมภาษณ์ประชาชนตัวอย่าง โดยสามารถตอบได้คนละมากกว่า 1 คำตอบ พบว่า อันดับที่ 1 รัฐบาลควรเร่งดำเนินนโยบายสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ในสัดส่วนที่สูงที่สุด (86.8%) อันดับที่ 2 เร่งแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างไทย – กัมพูชา ด้วยแนวทางสันติภาพ (63.8%) อันดับที่ 3 แก้ไขปัญหาหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่อง (58.5%) อันดับที่ 4 ปราบปรามการพนัน
ผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างจริงจัง (45.3%) และอันดับที่ 5 ขจัดทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเด็ดขาดและจริงจัง (32.8%)
ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาของประเทศ ประชาชนตัวอย่าง 31.0% ระบุว่ามีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาของประเทศในระดับมาก – มากที่สุด (มาก 27.6% และมากที่สุด 3.4%) ในขณะที่ 52.6% ระบุว่ามีความเชื่อมั่นฯ ในระดับปานกลาง 13.3% ระบุว่ามีความเชื่อมั่นฯ ในระดับน้อยและ3.1% ระบุว่ามีความเชื่อมั่นฯ ในระดับน้อยที่สุด
เมื่อพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ประชาชนตัวอย่างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 39.3% ระบุว่า มีความเชื่อมั่นฯ ในระดับมาก – มากที่สุด ในสัดส่วนที่สูงกว่าภาคอื่น
ความพึงพอใจในชีวิตของประชาชน ประชาชนตัวอย่างให้คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจในชีวิต 7.10 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10.00 คะแนน เมื่อพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ประชาชนตัวอย่างในภาคใต้ให้คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจในชีวิต 7.32 คะแนน สูงกว่าภาคอื่น ขณะที่กรุงเทพมหานครให้คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจในชีวิต 6.75 คะแนน ที่ต่ำกว่าภาคอื่น




ผลการสำรวจดังกล่าวนับเป็นการมุ่งสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน อันเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับประชาชนอย่างแท้จริง โดยผลสำรวจครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของโครงการ “Quick survey สำนักงานสถิติแห่งชาติ 4 เดือน (ต.ค. 68 – ม.ค. 69)”สำนักงานสถิติแห่งชาติยังมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนอีก 3 ครั้งหลังจากนี้ สามารถติดตามผลสำรวจประจำเดือนได้ทางเว็บไซต์สำนักงานสถิติแห่งชาติ www.nso.go.th และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ พิมพ์ NSOOFTHAILAND