NEC ประกาศความพร้อมเป็นผู้นำโซลูชันด้านเทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหม่ ด้วยเทคโนโลยี 3 ด้านสำคัญ Healthcare, Cyber Security และ Disaster Management ผสานเข้ากับ AI หวังยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยสู่การใช้ชีวิตอนาคตในเมืองอัจฉริยะ

มร. อิชิโร คูริฮาระ ประธานบริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ NEC เปิดเผยว่า ในปีนี้ NEC ยังคงเดินหน้าพัฒนาและนำเสนอสุดยอดเทคโนโลยี ที่มาพร้อมกับโซลูชันที่เหมาะสมกับภาคธุรกิจต่างๆ โดยเน้นไปที่ 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ Healthcare, Cyber Security และ Disaster Management ซึ่งได้รับการออกแบบโซลูชันให้ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรในประเทศไทย
โดยก่อนหน้านี้ NEC ได้ออกแบบโซลูชันทางด้าน Healthcare ด้วยการนำเอาสุดยอดเทคโนโลยีอย่าง FonesVisuas เทคโนโลยีการวิเคราะห์โปรตีนในการบ่งชี้ความเสี่ยงของโรคภัยต่างๆ ในแบบส่วนบุคคล โดยอาศัยความสามารถของ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ให้กับศูนย์สุขภาพในเครือโรงพยาบาล BDMS ทั่วประเทศ
“จากแผนการปรับแนวทางการทำธุรกิจไปเมื่อปีที่แล้ว นอกจากความตั้งใจในการนำเสนอสุดยอดเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีอยู่ในโซลูชันด้านต่างๆ ที่ NEC นำเสนอต่อลูกค้าในประเทศไทย ในปีนี้บริษัทยังคงเชื่อมั่นในสองสิ่งก็คือ Digital และ Sustainability ที่เป็นแกนกลาง โดยอาศัย Information Technology (IT) และปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligent ผนวกเข้ากับโซลูชันต่างๆ ที่เหมาะสมให้กับองค์กรธุรกิจ” มร.อิชิโร คูริฮาระ เผย

ยก 3 กลุ่มโซลูชัน โชว์งาน Thailand Smart City Expo 2025
NEC ยังคงเดินตามแผน Digital และ Sustainability อย่างเชื่อมั่น และด้วยความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ไม่หยุดนิ่งสิ่งที่บริษัทเล็งเห็นคือ ภาคธุรกิจที่มีความต้องการโซลูชันเฉพาะด้านและเหมาะสมในการดำเนินความต่อเนื่องทางธุรกิจ การปรับเปลี่ยนในปีนี้เราจะได้เห็นการมุ่งเน้นในนำเทคโนโลยีมาใส่ไว้ในโซลูชันใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่
1.Healthcare หนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัว ภาพรวมของตลาดเฮลท์แคร์โดยเฉพาะกลุ่ม Wellness โดยรวมของประเทศไทยสูงเกือบ 41,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามรายงานล่าสุดของ GWI
บริการดูแลสุขภาพเชิงรุกหรือ Wellness Center นั้น แตกต่างจากธุรกิจโรงพยาบาลแบบเดิม ที่เราเข้าใจตรงกันว่ารพ.คือการรักษาคนป่วยให้กลับมามีสุขภาพดี หรือมีชีวิตที่ปกติ หากแต่ Wellness นั้น เป็นการทำให้คนปกติหรือคนทั่วไปนั้นไม่ป่วยหรือรับรู้ความเสี่ยง และสามารถเตรียมตัวรับมือก่อนเพื่อลดความรุนแรงของโรคภัยต่างๆ
นอกจากนี้บริษัทยังได้นำเสนอ แพลตฟอร์ม CrossCare ที่ผสานทุกฟังก์ชั่น ของระบบการดูแลผู้สูงอายุ เข้าเป็นหนึ่งเดียว สามารถทราบความผิดปกติของผู้สูงอายุที่ไม่ว่าจะพักอยู่ที่บ้าน หรือสถานดูแลผู้สูงอายุผ่านระบบดูแลสุขภาพทางอุปกรณ์ IoT ,โทรศัพท์มือถือหรือ Call Center อีกทั้งยังแชร์ข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุและแพทย์ผู้ดูแลที่ได้อย่างทันท่วงที
2.Cybersecurity ในอดีตลูกค้าของ NEC จะรู้จักเป็นอย่างดีว่า “เราคือผู้นำ ด้านโซลูชัน ICT ที่มุ่งสร้างคุณค่าและผลลัพธ์ทางธุรกิจ” แต่สำหรับโลกยุคใหม่ที่ดิจิทัลคือหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจ แต่ว่าในเงามืดของมันนั้นมีสิ่งที่เรียกว่า ความปลอดภัยด้านไซเบอร์ ที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น
NEC พร้อมนำเสนอ Solution Threat Intelligence ช่วยยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ขององค์กร จากการรับมือแบบ “ตั้งรับ” สู่การ “ป้องกันเชิงรุก” อย่างมีประสิทธิภาพด้วยข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำ ทันเวลาและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อให้ทีม cybersecurity สามารถคาดการณ์ป้องกัน และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้อย่างทันท่วงที
3.Disaster Management ภัยพิบัติ ถือเป็นอีกความเสี่ยงหนึ่งที่จะทำให้ธุรกิจต้องหยุดนิ่ง และไม่สามารถดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในโลกของ Smart City นั้น ภัยพิบัติที่เสี่ยงและพบเจอบ่อยที่สุดก็คือน้ำท่วม โดย NEC นำเทคโนโลยีขั้นสูงที่ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ร่วมกับการวิเคราะห์ภาพเพื่อประเมินความเสียหาย ซึ่งสามารถระบุขอบเขต และตำแหน่งของความเสียหาย จากภาพถ่ายหลากหลายที่รวบรวมได้ ในช่วงเกิดภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำซึ่งมีส่วนสำคัญ ในการเร่งกระบวนการตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที
มร.อิชิโร คูริฮาระ กล่าวทิ้งท้ายว่า องค์กร หรือหน่วยงานต่างๆ ที่กำลังมองหาโซลูชันที่ตอบโจทย์ตามความต้องการของธุรกิจ เพื่อผลักดันให้องค์กรสามารถเติบโตอย่างมั่นคงในยุคดิจิทัล สามารถเข้ามาปรึกษาและขอคำแนะนำในการพัฒนาธุรกิจได้โดย NEC จะนำโซลูชันทั้ง 3 ด้านนี้ ไปจัดแสดงภายในงาน Thailand Smart City Forum 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 พฤศจิกายนนี้ ณ บูธ E01 Hall 3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์