NT จับมือ CAAT พัฒนาการขนส่งทางโดรน ด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลระบบบริหารจัดการจราจรทางอากาศ

NT และ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) พร้อมกสทช.ร่วมกันจัดงาน“การขนส่งทางอากาศยุคใหม่ด้วยโดรน” (The New Era of Drone Delivery) เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมการนำโดรนมาใช้ในการขนส่งทางอากาศยุคใหม่ในภาคธุรกิจและกิจการต่างๆ พร้อม 4 โดรนโอเปอเรเตอร์ สาธิตรูปแบบการขนส่งและแพลตฟอร์มดิจิทัล สำหรับบริหารจัดการจราจรทางอากาศแบบครบวงจร โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ร่วมเป็นประธานในการแถลงข่าว โดยกระทรวงดีอี หนุนกระทรวงคมนาคม ลงทะเบียนและออกกฎหมาย คุม “โดรน” เพื่อส่งเสริมการใช้งานด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เน้นย้ำความปลอดภัยของประชาชน

ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าวในการเป็นประธานร่วมในงานแถลงข่าว “การขนส่งทางอากาศยุคใหม่ด้วยโดรน” (The New Era of Drone Delivery) ว่า ปัจจุบันหลายฝ่ายมีความกังวลเรื่องการใช้งานโดรน โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา ซึ่ง “เทคโนโลยีโดรน” เข้ามามีบทบาทด้านภัยความมั่นคงในพื้นที่แนวชายแดน

ทั้งนี้จากบทบาทดังกล่าว ทำให้ประชาชนมีความวิตกกังวลถึงผลกระทบด้านภัยความมั่นคง กระทรวงดีอี พร้อมสนับสนุน กระทรวงคมนาคม ในการศึกษาหลักเกณฑ์การใช้งานโดรน ทั้งในเชิงการเป็นยุทโธปกรณ์ การป้องกันและตอบโต้ การอำนวยความสะดวก ตามแนวทางการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน เช่น การลดความแออัดของการจราจรในเมืองหลัก หรือ การลดปัญหาคาร์บอน (Carbon Reaction) ทั้งการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงาน หรือการเดินทาง โดยเน้นให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก

ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอี พร้อมดำเนินการส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีโดรนในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของ NT ซึ่งสามารถส่งเสริมให้มีการใช้งานโดรนในเชิงพาณิชย์ อาทิ การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค การส่งสินค้าทางการเกษตรในพื้นที่เข้าถึงยาก รวมทั้งการสนับสนุนและพัฒนาทักษะเกษตรกรในการใช้โดรน ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) 

“ขอยืนยันว่า กระทรวงดีอี ตระหนักและให้ความสำคัญในมิติของความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน ต่อการใช้งานเทคโนโลยีโดรนในด้านต่างๆ โดยพร้อมสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการใช้งานด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในเชิงพาณิชย์ การเกษตร การแก้ไขปัญหาด้านการคมนาคม และพร้อมสนับสนุนกระทรวงคมนาคมในเรื่องการลงทะเบียนที่มีรูปแบบของแพลตฟอร์มชัดเจน และการพิจารณาออกกฎหมายเพื่อควบคุมกำกับดูแลการใช้งานโดรน ซึ่งมีบทลงโทษการละเมิดหรือฝ่าฝืนที่เด็ดขาด”ไชยชนก กล่าว

ทั้งนี้ NT มุ่งมั่นที่จะพัฒนาภูมิทัศน์ดิจิทัลของประเทศไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่แห่งการส่งสินค้าและบริการด้วยโดรน (Drone) รวมถึงการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ด้วยโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและข้อมูลที่ครอบคลุมของ NT คือรากฐานสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการขนส่งทางอากาศทั่วประเทศ ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรเอกชน 

NT สนับสนุนการนำเทคโนโลยีอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจและกิจการต่างๆ ได้แก่ ด้านสาธารณสุข การกู้ภัยฉุกเฉิน และการจัดส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยมีแพลตฟอร์มบริหารจัดการจราจรทางอากาศแบบครบวงจร สามารถติดตามการบินโดรนแบบเรียลไทม์ บริหารจัดการห้วงอากาศและการจราจรได้อย่างปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความมั่นใจแก่ผู้ใช้งาน

ด้วยการอัปเกรดครั้งล่าสุด ครอบคลุมคลื่นความถี่ 700 MHz ทั่วประเทศ เครือข่ายไฟเบอร์ออปติก และบริการคลาวด์ที่ปลอดภัย NT สามารถให้บริการผู้ประกอบการโลจิสติกส์ทางอากาศได้อย่างมั่นใจ สอดคล้องกับข้อกำหนดและขยายธุรกิจได้ง่าย เมื่อประเทศไทยก้าวสู่การขนส่งด้วยโดรน NT ยังคงยืนหยัดให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญ มีส่วนร่วมกำหนดกรอบกำกับดูแล และขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างยั่งยืน พร้อมคงสถานะเป็นกลางต่อทุกฝ่ายในอุตสาหกรรม

NT ยังคงเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อขับเคลื่อนอนาคตที่เชื่อมต่อของประเทศไทย ซึ่งบริการขนส่งด้วยโดรนจะถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ด้วยการยึดถือประโยชน์ของชาติและความปลอดภัยของประชาชน NT ยืนยันบทบาทในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่วางใจได้สำหรับเมืองอัจฉริยะ ธุรกิจโลจิสติกส์ และระบบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)หรือ NT กล่าวว่า NT มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งาน และได้ร่วมกับพันธมิตรระดับนานาชาติซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการบริหารจัดการอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สิ่งนี้ช่วยให้การจัดการเที่ยวบินเป็นไปอย่างแม่นยำและราบรื่น นอกจากนี้ NT ยังให้บริการซิม ‘my by NT’ บนคลื่น 700 MHz โดยได้รับอนุญาตจาก กสทช. เพื่อใช้ติดตามเที่ยวบินของโดรนได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพผ่านเครือข่ายซึ่งผลทดสอบสัญญาณเป็นที่น่าพอใจและมั่นใจได้ในการรองรับผู้ประกอบการโดรนเชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย

“NT จะมีลูกค้าเป็นโดรน โอเปอเรเตอร์ สำหรับแพลตฟอร์มด้านระบบควบคุมและบริหารจัดการห้วงอวกาศ โดยทำหน้าที่เหมือนบริษัท วิทยุการบิน โดยมีรายได้จากส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมที่ CAAT เรียกเก็บจากโดนโอเปอเรเตอร์ ซึ่งบริการของ NT จะมีความปลอดภัยสูงเพราะข้อมูล เส้นทางการบินโดรนจะเก็บไว้ในคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศ ถึงแม้รายได้จากส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมอาจไม่สูงมาก แต่เราสามารถนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจได้ สำหรับการขนส่งด้วยโดรนวันนี้เทคโนโลยีพร้อม และตลาดมีความต้องการรองรับจำนวนมากแล้ว”

ด้านพลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กล่าวว่า บทบาทของสำนักงานการบินพลเรือนฯ คือการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านการบินและส่งเสริมกิจการการบินให้เติบโตก้าวหน้า ซึ่งการส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีการบินในด้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินหรือโดรน รวมถึงระบบต่างๆที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของสำนักงานฯ โครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มดิจิทัลของ NT ซึ่งนำมาสนับสนุนการขนส่งทางอากาศด้วยโดรนนั้น ถือเป็นส่วนสำคัญ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการทำการบินและช่วยในการบริหารจัดการจราจรทางอากาศสำหรับโดรนอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยยกระดับความปลอดภัยในการใช้ห้วงอากาศของประเทศ

ทั้งนี้ NT ได้สาธิตแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการโดรนขนส่ง โดยมีผู้ประกอบการโดรนขนส่งร่วมสาธิตการทำการบิน เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ได้แก่ 1.บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด สาธิตการบินโดรน ส่งอุปกรณ์ เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) จากไอคอนสยามข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก กรุงเทพมหานคร 2.บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) การบินโดรนขนส่งเวชภัณฑ์และยาจากหาดเตยงาม ไปยัง เกาะไก่เตี้ย จังหวัดชลบุรี 3.บริษัท เอวิลอน โรโบทิคส์ จำกัด สาธิตการบินโดรน ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค จากเกาะสมุยไปยังเกาะแตน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 4.บริษัท อีซี่ (2018) จำกัด สาธิตการบินโดรนขนส่งพืชผลทางการเกษตรจากแปลงเพาะปลูก ไปยังโรงคัดแยกผลผลิต อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *