สกาย กรุ๊ป (SKY) โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 68 รายได้รวมทะลุ 5,020 ลบ.กำไร 405 ลบ.พร้อมตุนแบ็กล็อก 23,463 ลบ.หนุนการเติบโตอย่างมั่นคง

“สกาย กรุ๊ป” โชว์ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2568 โกยรายได้รวม 5,020 ล้านบาท เติบโต 67% กวาดกำไรสุทธิ 405 ล้านบาท โต 84% ส่งผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สวนกระแสตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ภาพรวมอัตราการเดินทางเข้าออกประเทศยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณบวกของการฟื้นตัวอุตสาหกรรมการบินของไทย ส่งผลรายได้รวมจากโครงการเกี่ยวกับสนามบินเติบโต หนุนธุรกิจ Aviation Tech as a Service ยังคงโตต่อเนื่อง พร้อมโชว์แบ็คล็อกแกร่ง 23,463 ล้านบาท

สัญญาณบวกอุตฯการบินฟื้น ยอดการเดินทางผู้โดยสารเพิ่มขึ้น หนุนธุรกิจ Aviation Tech as a Service โตต่อเนื่อง

สิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน)หรือ SKY เปิดเผยว่า สกาย กรุ๊ป มีผลการดำเนินงานไตรมาส 2/68 (เม.ย.-มิ.ย. 68) บริษัทสามารถทำรายได้รวม 2,636 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 200 ล้านบาท เติบโตขึ้น 62% และ 82% ตามลำดับเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่ทำรายได้รวมอยู่ที่ 1,632 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 110 ล้านบาท

ส่งผลให้การดำเนินงานครึ่งปีแรก 2568 (ม.ค.-มิ.ย. 68) บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 5,020  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% และมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยรายได้รวมและกำไรในช่วง 6 เดือนแรกปี 2568 ของภาพรวมธุรกิจมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

เป็นผลมาจากภาพรวมอัตราการเดินทางเข้าออกประเทศของผู้โดยสารในครึ่งปีแรก 2568 (ม.ค. – มิ.ย. 68) ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 5% แม้จะมีแรงกดดันจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่อัตราการเดินทางเข้าออกประเทศยังคงเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลบวกต่อรายได้รวมในกลุ่มธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับกิจการการบิน อาทิ ระบบเช็คอินและออกตั๋วผู้โดยสาร (Common Use Passenger Processing System: CUPPS) และโครงการให้บริการระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (Advance Passenger Processing System: APPS) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น

สำหรับแผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง 2568 สกาย กรุ๊ป นอกจากการพัฒนาและสร้างสรรค์เทคโนโลยีด้าน Aviation Tech as a Service อย่างต่อเนื่องในโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน เพื่อรองรับมาตรการกระตุ้นต่อเนื่องจากภาครัฐ และการพัฒนาเชิงโครงสร้างเพื่อดันอุตสาหกรรมการบินของไทยสู่ “Aviation Hub” 

บริษัทยังคงวางแผนสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรด้วยรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายกับโครงสร้างรายได้ที่ครอบคลุมทั้งรูปแบบสัมปทาน (Concession) เป็นรายได้ระยะยาว, รายได้ประจำจากการให้บริการรายเดือน (Recurring Revenue), และรายได้จากโครงการ (Project Based) เพื่อกระจายความเสี่ยง และสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน และยังคงเดินหน้าจัดทัพโครงสร้างธุรกิจในเครือ เพื่อรองรับการขยายการเติบโตของแต่ละธุรกิจให้มีความชัดเจน 

อาทิ ธุรกิจที่นำเทคโนโลยีมาช่วยให้บริการกลุ่มลูกค้าอสังหาริมทรัพย์ ด้วย Smart Facility Management ผ่าน บริษัท เมทเธียร์ จำกัด, ธุรกิจ Contact Center ที่นำเทคโนโลยี Large Language Model (LLM) และ AI เข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ผ่านการลงทุนใน บริษัท สกาย ซีซี จำกัด (เดิมชื่อบริษัท วันทูวัน โปรเฟสชั่นแนล จำกัด) และธุรกิจด้านการจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแบบครบวงจร (ICT-SI) จากบริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน)หรือ PIS

สิทธิเดช กล่าวอีกว่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2568 บริษัทได้เข้าทำสัญญาใหม่และมีงานที่อยู่ระหว่างรอส่งมอบตามสัญญาในอนาคต (Backlog) อยู่ทั้งสิ้นประมาณ 23,463 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 6-7 ปีข้างหน้า รองรับการเติบโตในระยะยาวอย่างมั่นคง พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจในเครือเพื่อรองรับการเติบโตของแต่ละหน่วยธุรกิจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และยังมองหาโอกาสใหม่ในการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ และเตรียมความพร้อมให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่องทั้งด้านเทคโนโลยีและบุคลากรเพื่อรับมือกับโอกาสในการขยายฐานลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนให้แข็งแกร่งขึ้น

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *