WH-1000XM6 มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนที่ล้ำหน้าที่สุดจากโซนี่ ตั้งค่าระดับการตัดเสียงรบกวน ก่อนที่เสียงจะรบกวนการฟังของคุณ มาพร้อมแคมเปญ “ฟังที่ใช่ ไม่มีนอยส์” ตอกย้ำศักยภาพการตัดเสียงรบกวนแบบอัจฉริยะของ WH-1000XM6 ด้วยเทคโนโลยี AI ตรวจจับเสียงแบบเรียลไทม์ ปรับระดับการตัดเสียงให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงขณะรอขึ้นเครื่องแต่ยังได้ยินเสียงประกาศ หรือเดินริมถนนที่ยังต้องรับรู้เสียงรอบข้าง จับมือกับ Post Malone ศิลปินยอดนิยมผู้มียอดขายอัลบั้มหรือเพลงรวมกันครบ 10 ล้านหน่วยในสหรัฐอเมริกา เชื่อมโยงทางอารมณ์ระหว่างศิลปินกับผู้ฟัง
บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด สร้างมาตรฐานใหม่แห่งการฟังเพลงคุณภาพสูง ด้วยการเปิดตัว WH-1000XM6 หูฟังตัดเสียงรบกวนคุณภาพสูงระดับ Hi-Res Audio ในรูปแบบครอบหู ใช้งานได้ทั้งแบบไร้สายและมีสาย ซึ่งเป็นเจเนอเรชันที่ 6 ของตระกูล 1000X ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากโซนี่ เสียงระดับพรีเมียม หูฟังรุ่นใหม่นี้โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนที่ล้ำสมัยที่สุดของโซนี่ ขับเคลื่อนด้วยชิปรุ่นใหม่ล่าสุดแลช่วยลดเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ก่อนที่เสียงจะเข้าสู่หูผู้ฟัง พร้อมความแม่นยำระดับสตูดิโอ ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยวิศวกรมาสเตอร์ริงระดับโลก ผสานเทคโนโลยี 360 Reality Audio Upmix for Cinema ที่มอบประสบการณ์การรับชมเสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ รวมถึงคุณภาพเสียงการสนทนาที่คมชัดเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการโทรในรูปแบบใด มาพร้อมการสวมใส่ที่สบาย ดีไซน์โดดเด่น และสามารถพับเก็บได้ในกระเป๋าที่ออกแบบมาอย่างดี
“WH-1000XM6 จึงเป็นหูฟังที่ออกแบบมา “เพื่อเสียงดนตรี” อย่างแท้จริง เหมาะสำหรับผู้รักเสียงเพลง แฟชั่นนิสต้า นักเดินทาง และมืออาชีพในทุกไลฟ์สไตล์”

มร. โยจิโระ อาซาอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า โซนี่ให้ความสำคัญกับทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและครีเอเตอร์มืออาชีพ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสเสียงดนตรีอย่างที่ผู้สร้างสรรค์ตั้งใจ WH-1000XM6 คือผลลัพธ์ของความตั้งใจ มั่นใจว่าจะไม่ทำให้ทั้งคนทำเพลงและผู้รักเสียงดนตรีผิดหวัง ด้วยความสามารถในการถ่ายทอดรายละเอียดเสียงอย่างแม่นยำในทุกมิติ
แคมเปญ ‘For The Music’ สะท้อนเป้าหมายของโซนี่ในการเป็นแบรนด์แรกที่ผู้บริโภคนึกถึง เมื่อมองหาอุปกรณ์สำหรับการฟังหรือการสร้างสรรค์ดนตรี โดยทำงานร่วมกับศิลปิน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี เพราะสำหรับโซนี่ ‘ดนตรีไม่ใช่แค่เสียงที่ได้ยิน แต่คือพลังที่ส่งต่อความรู้สึกและแรงบันดาลใจ’ จึงใส่ใจในทุกรายละเอียดเสียง เพื่อให้ทุกการฟังเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายอย่างแท้จริง

ณิชภูมิ เอื้อสกุลเกียรติ ผู้จัดการแผนกผลิตภัณฑ์กลุ่ม Personal Entertainment บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า โซนี่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยนำเทคโนโลยี AI เข้ามาพัฒนา เพื่อยกระดับการตัดเสียงรบกวนให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและครีเอเตอร์อย่างแท้จริง AI ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถตรวจจับเสียงรอบข้างแบบเรียลไทม์ พร้อมเรียนรู้ว่าเรากำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน และเลือกตัดเสียงรบกวนในระดับที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เช่น ผู้ที่รอเที่ยวบินอยู่ที่สนามบิน อาจยังต้องการฟังเพลงอย่างเพลิดเพลิน แต่ก็ไม่อยากพลาดเสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่อง หรือผู้ที่เดินริมถนนก็ยังต้องได้ยินเสียงรถเพื่อความปลอดภัย ส่วนผู้ที่ออกกำลังกายในฟิตเนสก็อาจต้องการโฟกัสแค่เสียงเพลง และตัดเสียงรอบข้างออกให้หมด
ทั้งหมดนี้คือแนวคิดเบื้องหลังแคมเปญ ‘ฟังที่ใช่ ไม่มีนอยส์’ เพราะโซนี่เชื่อว่า ‘การตัดเสียงรบกวน’ ที่เหมาะสมไม่เหมือนกันในทุกสถานการณ์ ด้วยการอัปเกรดชิปเซตใหม่ควบคู่กับซอฟต์แวร์ AI ที่ล้ำหน้า ทำให้ระบบตัดเสียงรบกวนในรุ่นนี้แม่นยำและตอบสนองได้ฉับไว หูฟังรุ่นใหม่นี้ยังมาพร้อม AI ที่ช่วยกรองเสียงรบกวนรอบข้างจากไมโครโฟน เพื่อให้คู่สนทนาได้ยินเสียงของผู้ใช้ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
โซนี่ยังคงมุ่งพัฒนาโซลูชันด้านเสียงที่เชื่อมโยงศิลปินและผู้ฟังเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับประสบการณ์การฟังให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมในทุกช่วงเวลา

วิวัฒนาการใหม่ของเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน
WH-1000XM6 มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนที่พัฒนาไปอีกขั้น ด้วยชุดประมวลผลและการสั่งงานที่ตอบสนองแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เสียงที่ได้ยินยังคงบริสุทธิ์อยู่เสมอ โดยใช้ชุดประมวลผลใหม่ล่าสุด Integrated Processor V2 ร่วมกับ HD Noise Cancelling Processor QN3 ซึ่งทั้งสองทำงานร่วมกันด้วยความเร็วในการประมวลผลสูงกว่ารุ่นก่อนถึง 7 เท่า มาพร้อมไมโครโฟนใหม่ที่เพิ่มขึ้นเป็น 12 ตัว ทำงานแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ระบบตัดเสียงรบกวนมีประสิทธิภาพมากกว่ารุ่นก่อนถึง 1.5 เท่า ตัดเสียงรบกวนได้อย่างแม่นยำในทุกจังหวะ ทุกกิจกรรม ในหลายสภาพแวดล้อม ระหว่างเดินทางที่แสนวุ่นวาย หรือต้องการสมาธิในการทำงานในออฟฟิศ
โซนี่ยังได้พัฒนาเทคโนโลยี Adaptive NC Optimizer ใหม่ เมื่อทำงานร่วมกับไดรเวอร์ที่ออกแบบพิเศษ จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดเสียงรบกวนให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น โดยระบบจะปรับการตั้งค่าเสียงภายในหูฟังแบบอัตโนมัติและเรียลไทม์ ให้สอดคล้องกับทั้งระดับเสียงรบกวนภายนอกและความดันอากาศในแต่ละสถานการณ์ เพื่อให้ผู้ใช้งานรู้สึกสบายและผ่อนคลายขณะสวมใส่
ยิ่งไปกว่านั้น หูฟังยังมาพร้อมโหมด Auto Ambient Sound ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ รองรับการทำงานแบบเรียลไทม์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยสามารถปรับสมดุลระหว่างเสียงเพลงและเสียงจากภายนอกได้อย่างกลมกลืน ผ่านการทำงานของไมโครโฟนหลายตัวที่ช่วยกรองเสียงรบกวนหรือเปิดรับเฉพาะเสียงสำคัญ เช่น เสียงประกาศ เสียงสนทนา หรือเสียงจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถเลือกให้หูฟังตั้งค่าการทำงานโดยอัตโนมัติ หรือปรับตั้งค่าด้วยตนเองผ่านแอป Sony | Headphones Connect
ต้นแบบระดับพรีเมียม ความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก
WH-1000XM6 ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสัมผัสกับเสียงดนตรีในแบบที่ศิลปินตั้งใจ ถ่ายทอดทุกโน้ตเสียงอย่างแม่นยำในระดับสตูดิโอ โดยพัฒนาร่วมกับวิศวกรมาสเตอร์ริงชื่อดังจากสามสตูดิโอบันทึกเสียงชั้นนำในอุตสาหกรรมดนตรี ได้แก่ Sterling Sound, Battery Studios และ Coast Mastering หูฟังรุ่นนี้จึงสามารถมอบประสบการณ์การฟังเพลงที่สมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด
ทีมวิศวกรรมที่ร่วมพัฒนาล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของโลก ซึ่งได้รับรางวัล GRAMMY และได้รับการยอมรับจากศิลปินระดับโลก นำโดย Randy Merrill (Sterling Sound) ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานของ Ed Sheeran, Chris Gehringer (Sterling Sound) ผู้เคยร่วมงานกับ Rihanna และ Lady Gaga, Mike Piacentini (Battery Studios) ผู้อยู่เบื้องหลังเพลงของ Bob Dylan และ Michael Romanowski (Coast Mastering) ผู้มีผลงานร่วมกับ Alicia Keys รวมถึงซาวด์แทร็กในตำนานจากภาพยนตร์ Star Wars ตอนที่ 4, 5 และ 6
เรนดี้ เมอร์ริลล์ (Randy Merrill) วิศวกรมาสเตอร์ริงชื่อดังจาก Sterling Sound กล่าวว่า โซนี่ถือเป็นมาตรฐานระดับพรีเมียมมาโดยตลอด และ WH-1000XM6 กำลังยกระดับมาตรฐานขึ้นไปอีกขั้น หูฟังรุ่นนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ด้วยเสียงเบสที่ทรงพลัง
WH-1000XM6 โดมไดรเวอร์ที่ผลิตจากวัสดุผสมซึ่งมีคาร์บอนไฟเบอร์เป็นส่วนประกอบ โดดเด่นด้วยน้ำหนักเบา ความแข็งแรงสูง และการขึ้นรูปที่มั่นคง เมื่อทำงานร่วมกับวอยซ์คอยล์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ จึงสามารถขับเคลื่อนรายละเอียดเสียงในทุกย่านความถี่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งเสียงร้องที่ใสชัด เสียงเครื่องดนตรีที่คมชัด และทุกแทร็กเต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์
หูฟังไร้สายรุ่นนี้รองรับการถ่ายทอดเสียงคุณภาพสูง ทั้งในรูปแบบการเชื่อมต่อผ่านสาย High-Resolution Audio และแบบไร้สาย High-Resolution Audio Wireless ด้วยเทคโนโลยี LDAC ที่โซนี่พัฒนาและได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Edge-AI และ DSEE Extreme ที่ช่วยอัปสเกลไฟล์เพลงดิจิทัลแบบเรียลไทม์ เพื่อคืนรายละเอียดของเสียงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งประสบการณ์ความบันเทิงได้อย่างง่ายดายผ่านแอป Sony | Sound Connect ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่า EQ ได้มากถึง 10 แบบ รวมถึงโหมดใหม่ล่าสุดอย่าง Game EQ สำหรับเกมเมอร์ ซึ่งพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ INZONE เพื่อยกระดับคุณภาพเสียงในการเล่นเกม FPS โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีโหมด Background Music Effect ที่มอบมิติของเสียงเพลงเสมือนนั่งอยู่ในร้านคาเฟ่ และตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์ ด้วยฟีเจอร์ 360 Reality Audio Upmix for Cinema ที่ให้เสียงรอบทิศทางผ่านหูฟังสเตอริโอซ้าย–ขวา เสมือนกำลังรับชมในโรงภาพยนตร์ ผ่านเทคโนโลยีอัปมิกซ์และระบบเสียง 360 Spatial Sound
คู่สนทนาได้ยินเสียงของคุณชัดเจนทุกครั้ง ด้วยคุณภาพการสนทนาเหนือระดับ
WH-1000XM6 ให้เสียงสนทนาคมชัดในทุกสถานการณ์ ด้วยเทคโนโลยี Beamforming อัจฉริยะที่สามารถแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้าง ทำให้คู่สนทนาได้ยินเสียงของคุณอย่างชัดเจน แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยเสียงผู้คนรออบข้าง ผสานการทำงานของไมโครโฟน 6 ตัว ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี AI Beamforming ขั้นสูง ซึ่งสามารถโฟกัสเฉพาะเสียง กรองเสียงแวดล้อมออกได้อย่างแม่นยำ แม้ในสถานที่ที่มีเสียงพูดคุยหนาแน่น
ด้วย AI พร้อมเทคโนโลยีการรับเสียงที่แม่นยำ ช่วยลดเสียงพื้นหลัง และขับเน้นเสียงของคุณให้เด่นชัดยิ่งขึ้น เพื่อความสะดวกในการใช้งาน WH-1000XM6 ยังมาพร้อมปุ่มควบคุมบนหูฟังสำหรับปิดเสียง ได้ทันที ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของการสื่อสาร
ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของหูฟังตระกูล WH-1000X ได้รับการยกระดับอีกขั้นในรุ่น WH-1000XM6 ด้วยแถบคาดศีรษะที่กว้างขึ้น หุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ที่ให้สัมผัสเสมือนหนังแท้ นุ่ม เบา ไม่กดทับ แม้สวมใส่ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน พร้อมการปรับระดับแยกซ้าย–ขวาได้อย่างง่ายดาย แผ่นรองหูผลิตจากวัสดุนุ่มและยืดหยุ่น ช่วยเพิ่มความกระชับโดยไม่แน่นเกินไป ลดแรงกดบนใบหู
WH-1000XM6 มีให้เลือกถึงสามสีพรีเมียม ได้แก่ สีดำ (Black), สีแพลทินัมซิลเวอร์ (Platinum Silver) และสีน้ำเงินมิดไนท์บลู (Midnight Blue) ที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้อย่างมีสไตล์
WH-1000XM6 มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ Scene-based Listening ที่ใช้เทคโนโลยีตรวจจับกิจกรรมของผู้ใช้งาน เพื่อสั่งเล่นเพลงโดยอัตโนมัติ พร้อมปรับระดับการตัดเสียงรบกวนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและสถานที่ที่คุณอยู่ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ยังรองรับฟีเจอร์ Quick Access ที่ช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับบริการเพลงยอดนิยมได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น Amazon Music (ผ่าน “Amazon Music Play Now”)6, Apple Music7, Spotify (ผ่าน “Spotify Tap”)8 หรือ YouTube Music9 ได้อย่างราบรื่น
โซนี่ได้ร่วมมือกับ Post Malone ศิลปินระดับไอคอนของโลก กล่าวว่า เสียงที่ยอดเยี่ยมคือสิ่งสำคัญสำหรับผม ทั้งในช่วงที่สร้างสรรค์และช่วงที่ผ่อนคลายด้วยเสียงเพลง และหูฟังรุ่นใหม่นี้ทำให้คุณรู้สึกราวกับอยู่ในเพลงจริง ๆ
โดยในแคมเปญนี้ เขายังได้ร่วมงานกับทีมของโซนี่ในการสร้างโฆษณาชุดพิเศษ เพื่อถ่ายทอดว่าเทคโนโลยีเสียงของโซนี่สามารถยกระดับประสบการณ์การฟังให้เหมือนกำลังอยู่ร่วมกับศิลปินในช่วงเวลานั้นจริง ๆ
โซนี่ออกแบบหูฟัง WH-1000XM6 โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุกระดาษ 100% พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการใช้ Original Blended Material ซึ่งเป็นวัสดุกระดาษเฉพาะของโซนี่ ที่ใช้กับบรรจุภัณฑ์ของหูฟังรุ่นเรือธงในตระกูล 1000X ได้แก่ WF-1000XM5, WF-1000XM4, WH-1000XM5 และ WH-1000XM6 โดยวัสดุ Original Blended Material นี้ผลิตจากเยื่อไผ่ เส้นใยอ้อย และกระดาษรีไซเคิลที่ผ่านการใช้งานแล้ว12 ถือเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
โซนี่เปิดตัวแบรนด์แคมเปญ “For The Music” เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการด้านเสียงระดับพรีเมียม ทั้งสำหรับผู้บริโภคทั่วไปและมืออาชีพ แนวคิดของแคมเปญนี้สะท้อนจุดยืนของโซนี่ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเสียง
WH-1000XM6 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2568 ในราคา 15,990 บาท โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีแพลทินัมซิลเวอร์ (Platinum Silver) และสีน้ำเงินมิดไนท์บลู (Midnight Blue)




ช่วงแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ รับฟรีลำโพงไร้สายพกพา ULT FIELD 1 มูลค่า 4,990 บาท เมื่อซื้อหูฟัง WH-1000XM6 และลงทะเบียนรับประกันผลิตภัณฑ์ผ่านระบบ My Sony เพื่อรับสิทธิ์ขยายระยะเวลารับประกันเพิ่มอีก 3 เดือน จากระยะเวลารับประกันปกติ 1 ปี พร้อมตอบแบบสอบถามเพื่อยืนยันสิทธิ์และที่อยู่จัดส่งของแถม ภายในระยะเวลาโปรโมชั่นระหว่างวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2568