จาบร้าเปิดตัวโซลูชันวิดีโอคอนเฟอเรนซ์อัจฉริยะขับเคลื่อนด้วย AI 

 จาบร้า ขานรับเทรนด์การทำงานแบบไฮบริดที่มาแรง เปิดตัวโซลูชันอุปกรณ์ด้านเสียงส่วนบุคคลและโซลูชันการทำงานแบบไฮบริด หวังปรับโฉมตลาดวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ครั้งใหม่ ด้วยโซลูชันวิดีโอคอนเฟอเรนซ์รุ่นใหม่ในตระกูล PanaCast นำโดย PanaCast 50 intelligent video bar และ PanaCast 50 Video Bar System (VBS) มาพร้อมขุมพลัง AI มอบประสบการณ์การประชุมที่ยอดเยี่ยมสำหรับองค์กรและคนทำงานรุ่นใหม่ ด้วยคุณภาพเสียงที่เหนือชั้น ทั้งยังให้ความยืดหยุ่นสำหรับการทำงานจากระยะไกลอย่างมีประสิทธิภาพ

มิสเตอร์ โฮลเกอร์ ไรซิงเกอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายโซลูชันวิดีโอสำหรับองค์กรแบรนด์จาบร้า (Jabra) กล่าวว่า ปัจจุบัน AI เข้ามามีบทบบาทในทุกภาคส่วนธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมผ่านระบบออนไลน์ที่AI เข้ามาช่วยยกระดับการประชุมให้ชาญฉลาดมากยิ่งขึ้นโดยการเข้ามาฝังตัวทั้งในสินค้ากลุ่มกล้องและลำโพงทำให้การประชุมแบบเดิมๆที่ถ่ายทอดได้เพียงมุมกว้างกลายเป็นการโฟกัสที่ผู้พูดที่กำลังเคลื่อนไหวพร้อมปรับเสียงให้เป็นธรรมชาติ ทั้งยังตัดเสียงรบกวนให้เหลือเพียงเสียงผู้ร่วมประชุมเท่านั้น

 AI มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริด ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม PanaCast ของจาบร้าเป็นอุปกรณ์ที่นำเสนอประสบการณ์การใช้งานอันชาญฉลาด มีการพัฒนาอุปกรณ์การทำงานร่วมกับวิดีโอ โดยอัปเดตฟีเจอร์ AI เพื่อให้ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริด

Jabra PanaCast 50 intelligent video bar เป็นระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์อัจฉริยะรุ่นแรกของจาบร้าที่ได้รับการรับรองการใช้งานฟังก์ชัน Microsoft Intelligent Speaker ช่วยให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถระบุได้ว่าใครเป็นคนพูดและพูดว่าอย่างไรในห้องประชุม สามารถระบุชื่อผู้พูดในบันทึกการประชุมได้อย่างแม่นยำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องมือที่ใช้ AI เช่น Intelligent Meeting Recap และ Copilot ของ Microsoft Teams ได้เป็นอย่างดี

“ฟังก์ชัน Intelligent Speaker ของ PanaCast 50 ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการถอดข้อความและให้ข้อมูลที่ถูกต้องยิ่งขึ้นสำหรับ Intelligent Meeting Recap และ Copilot“

ด้วยมุมมองภาพที่กว้างถึง 180 องศาของ PanaCast 50 ทำให้สามารถมองเห็นภาพผู้เข้าประชุมทุกคนในห้องด้วยกล้องวิดีโอคุณภาพสูง ซึ่งขับเคลื่อนด้วยฟังก์ชัน People Recognition ของ Microsoft ที่ช่วยให้จดจำและเพิ่มชื่อของผู้เข้าร่วมประชุมภายในห้องได้อย่างง่ายดาย ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับประสบการณ์การประชุมแบบไฮบริดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ PanaCast 50 ยังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดอย่าง Multi-Stream Dynamic Composition ที่มอบมุมมองภาพระยะใกล้ของผู้เข้าร่วมประชุมภายในห้อง ด้วยการสตรีมภาพวิดีโอผู้เข้าประชุมแต่ละคน นอกเหนือจากแสดงภาพที่มีมุมมองแบบพาโนรามาของห้องประชุมทั้งหมด การประชุมจึงมีความเป็นธรรมชาติและครอบคลุมผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน ด้วยฟีเจอร์ Intelligent Speaker, People Recognition และ Multi-Stream Dynamic Composition ทำให้ Jabra PanaCast 50 สามารถมอบประสบการณ์การประชุมแบบไฮบริดที่ครอบคลุมที่สุดเมื่อทำงานร่วมกับ Microsoft Teams

ส่วน Jabra PanaCast 50 Video Bar System (VBS) เป็นโซลูชันล้ำสมัยที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสม การประชุมด้วยโหมด Bring-Your-Own-Device (BYOD) ที่ให้ผู้ใช้สามารถเข้าร่วมการประชุมบนแพลตฟอร์มต่าง ได้อย่างง่ายดายผ่านแล็ปท็อปของตนเอง เพียงเชื่อมต่อสาย USB เข้ากับ PanaCast 50 Video Bar System (VBS)

ในส่วนฟีเจอร์ใหม่อย่าง Enhanced Noise Suppression จะช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนได้ เช่น เสียงพิมพ์และเสียงกระดาษ ทำให้การประชุมทางไกลเป็นไปอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดอย่าง Single-Stream Dynamic Composition และการใช้งานใน Teams Rooms ที่สามารถแสดงมุมมองภาพระยะใกล้ของผู้ที่พูดคนล่าสุดในห้องประชุม พร้อมด้วยภาพพาโนรามามุมกว้างถึง 180 องศาของห้องประชุม ในขณะที่ฟีเจอร์ Multi-Stream Dynamic Composition สำหรับ Zoom Rooms จะสร้างการสตรีมวิดีโอแบบเรียลไทม์ของผู้เข้าร่วมประชุมในห้องแต่ละคน พร้อมมุมมองพาโนรามา 180 องศาของห้องประชุม ฟีเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้ PanaCast 50 Video Bar System (VBS) สามารถรองรับการสตรีมได้ถึง 6 สตรีม ได้แก่ วิดีโอของห้องประชุมทั้งหมดจำนวน 1 สตรีม และสตรีมเพิ่มเติมอีก 5 สตรีม เพื่อการจับภาพระยะใกล้ของผู้เข้าร่วมประชุมในห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจคือ Jabra+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ใหม่บนคลาวด์ที่เน้น API โดยได้รับการออกแบบมาสำหรับการตรวจสอบและจัดการโซลูชันห้องประชุมจากระยะไกล ด้วย Jabra+ ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้สามารถตรวจสอบและจัดการโซลูชันห้องประชุมทั้งหมดของ Jabra ได้อย่างราบรื่น พร้อมด้วยภาพรวมที่ชัดเจนของห้อง สถานที่ และอุปกรณ์ต่าง

แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ที่รวมกัน Jabra+ จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการการทำงานของอุปกรณ์และโซลูชั่นการประชุมได้จากระยะไกล ผู้ดูแลระบบสามารถควบคุมและจัดการการประชุมได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการมองภาพรวมของการประชุม สถานที่และอุปกรณ์ได้อย่างชัดเจน ด้วยซอฟต์แวร์ Jabra+ 

ผู้ดูแลระบบสามารถผสานรวมกับระบบบริการช่วยเหลือด้าน IT และเครื่องมือของบุคคลที่สามได้ในอนาคต เพื่อสร้างระบบนิเวศสำหรับการจัดการอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตอุปกรณ์ การปรับแต่งหูฟัง หรือการผสานรวมกับอุปกรณ์ Jabra ผู้ใช้สามารถใช้งานผ่านระบบเดียว นอกจากนี้การจัดการอุปกรณ์ส่วนบุคคลยังมีกำหนดเปิดตัวในปลายปีนี้อีกด้วย”

สถาพร สัมภวะผล ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนแบรนด์จาบร้า(Jabra) กล่าวว่าจาบร้าเป็นผู้พัฒนาอุปกรณ์ด้านเสียงมากว่า 150 ปีมีส่วนแบ่งอันดับหนึ่งในตลาดเฮดเซ็ต โดยปัจจุบันมีผู้เล่นในตลาดหลายรายแต่ส่วนใหญ่เป็นฮาร์ดแวร์  ส่วนจาบร้าต่างจากรายอื่นเพราะเป็นซอฟต์แวร์เบสที่สร้างมาเพื่อ AI โดยเฉพาะ  ทั้งเป็นรายแรกที่ได้รับใบรับรองจากไมโครซอฟท์

ด้านการทำตลาดผู้บริหารจาบร้ามองว่าแม้เศรษฐกิจยังไม่สู้ดีนักแต่เชื่อว่ากำลังซื้อยังคงมีอยู่ ยังมีผู้ที่พร้อมจะลงทุนโดยเฉพาะภาคธุรกิจที่ต้องการสร้างความมั่นใจทั้งในองค์กรและภาพลักษณ์ภายนอก

ทุกวันนี้องค์กรต่างให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นและการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวมากขึ้น การทำงานแบบไฮบริดจึงได้รับความนิยมและถูกนำมาใช้มากขึ้น ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าตลาดวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในอาเซียนมีการเติบโตถึง 70% จากปี 2022-2023  จึงคาดว่าโซลูชันใหม่ของจาบร้าจะได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *