‘รองนายกฯ ประเสริฐ’ เปิดตัว ‘โคราชโมเดล’ แก้ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา เดินหน้าพัฒนาคนทำงานกับเยาวชน (Youth Worker) ยกระดับการดูแลเด็กและเยาวชน Thailand Zero Dropout ชูศูนย์ดิจิทัลชุมชนแหล่งเรียนรู้ ก่อนขยายผลทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการฝึกอบรมสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพอาชีพผู้ทํางานกับเยาวชน (Youth Worker) ตามแนวทาง ‘โคราชโมเดล’ โดยมีบุคคลสำคัญและบุคคลากรจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมที่โรงแรม ดิ อิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โคราช จังหวัดนครราชสีมา

รองนายกฯประเสริฐ กล่าวว่า การจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรในอาชีพผู้ทํางานร่วมกับเด็กและเยาวชน (Youth Worker) ในวันนี้เกิดขึ้นเนื่องจากรัฐบาลเล็งเห็นว่า บุคลากรกลุ่มนี้คือคนสำคัญที่จะช่วยค้นหาและจัดทำแผนการดูแลช่วยเหลือรายกรณีของเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือมีทางเลือกในการมีอาชีพมีรายได้ และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรมอันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

“รัฐบาลเห็นความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการในการทำงานร่วมกันจากหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จึงเป็นแนวความคิดในการสร้างตัวอย่างที่ดีในระดับพื้นที่ โดยเริ่มจาก ‘โคราช โมเดล’ ผมในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ระดับชาติ หรือ ‘คกศ.’ ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการพัฒนาผู้ทำงานกับเยาวชน (Youth Worker) เพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา และได้มอบหมายสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับจังหวัด พัฒนาเรื่องนี้ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ (ประเทศไทย) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเริ่มต้นทำงานในจังหวัดนครราชสีมา หรือ“โคราชโมเดล”ก่อนที่จะขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง77 จังหวัดในลำดับต่อไป”

รองนายกฯประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า สำหรับ Youth Worker จะมุ่งเน้นการทำงานสนับสนุนเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 11-19 ปี โดยมีลักษณะการทำงานในรูปแบบกระบวนการส่งเสริมให้เยาวชนพัฒนาและเติบโตด้วยการนำเยาวชนมาเป็นหุ้นส่วนของการพัฒนาร่วมกับสหวิชาชีพต่างๆ ที่ทำงานกับเยาวชน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนบรรลุเป้าหมายและผลลัพธ์ของตัวเองควบคู่กับการส่งเสริมความสัมพันธ์เชิงบวกและยอมรับคุณค่าของเด็กและเยาวชนในสังคมไทย
บทบาทของ Youth Worker นับเป็นผู้สนับสนุนช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ค้นพบศักยภาพของตนเอง เป็นผู้เชื่อมโยงระหว่างเด็กและเยาวชน ครอบครัว ชุมชน และโอกาสทางการศึกษาให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงสวัสดิการและทรัพยากรที่จำเป็นได้ เป็นผู้คุ้มครองปกป้องจากความเสี่ยงหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เป็นผู้ฟังผู้ให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำที่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจและกำลังใจ โดย Youth Worker อาจเป็นเยาวชนที่เคยเป็นเด็กนอกระบบมาก่อนและได้เข้ามาเป็นผู้ที่ทำงานช่วยเหลือจึงมีความเข้าใจและเป็นคนเปิดประตูโอกาสบานใหม่ในการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้เป็นทุนมนุษย์ของประเทศชาติต่อไปได้เป็นอย่างดี
“เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการฝึกอบรมสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพอาชีพผู้ทํางานกับเยาวชน นำร่อง “โคราชโมเดล” ในครั้งนี้จะมีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนามาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ในสาขาอาชีพผู้ทำงานกับเยาวชน (Youth Worker) ให้มีทักษะและความสามารถในการเข้าถึงและเข้าใจเยาวชนส่งผลให้การทำงานร่วมกับเด็กและเยาวชนมีประสิทธิภาพมากขึ้นตลอดจนเราต้องใช้หน่วยงานที่มีอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศ คือ ศูนย์ดิจิทัลชุมชนมาเป็นเครื่องมือในการให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการเรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลายได้อย่างสะดวก”
รองนายกฯประเสริฐ กล่าวว่า จากข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาจำนวน 28,896 คน แนวทาง ‘โคราชโมเดล’ จะทำให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาได้รับการติดตามและดูแลให้เข้าสู่ระบบการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ ที่ยืดหยุ่นเหมาะสมทั้งออนไซต์และออนไลน์โดยสามารถสร้างตารางสอนการเรียนรู้ด้วยตนเอง
โดยสามารถใช้ศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วจังหวัดนครราชสีมาหรือเข้ารับการฝึกอบรมอาชีพเพื่อได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพที่เทียบเคียงได้กับคุณวุฒิทางการศึกษา ซึ่งการฝึกอบรมและการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำงานจะสามารถเก็บสะสมไว้ในระบบ Competency Credit Bank เพื่อการแลกเปลี่ยน พร้อมถ่ายโอนในการต่อยอดพัฒนาตนเองได้อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเชื่อมโยงสู่การจ้างงานและมีรายได้ตามแนวทาง ‘Learn to Earn’ ต่อไป
ทั้งนี้การฝึกอบรมอาชีพยังถือเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมบุคลากรรองรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกนครราชสีมา หรือ Korat Expo 2029 ในปี พ.ศ.2572 อีกด้วย