Apple เปิดตัว ‘iPhone Duo’ จอพับรุ่นแรก พร้อม iPhone 18 Pro, AirPods 5 และ Apple Watch ใหม่

Apple เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุดใหญ่ประจำปี นำโดยนวัตกรรมจอพับครั้งแรก iPhone Duo ร่วมกับสมาร์ทโฟนระดับเรือธง iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max รวมถึงหูฟังไร้สาย AirPods 5 และสมาร์ทวอทช์สายสุขภาพ Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลรุ่นใหม่และการผสานฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ

iPhone Duo ก้าวแรกสู่สมาร์ทโฟนพับได้ ชูจอด้านใน 7.6 นิ้ว และระบบบานพับไทเทเนียม

เรื่องหลักอยู่ที่การเปิดตัว iPhone Duo ซึ่งกลายเป็น iPhone ที่บางที่สุดของ Apple โดดเด่นด้วยจอภาพ Super Retina XDR ด้านในขนาด 7.6 นิ้ว เคลือบสาร Nano-texture ช่วยลดแสงสะท้อนและทำให้รอยพับกลมกลืนแทบมองไม่เห็น พร้อมซ่อนกล้อง FaceTime ไว้ใต้หน้าจอ

ขณะที่จอด้านนอกมีขนาด 5.4 นิ้ว ให้พื้นที่เทียบเท่า 90% ของหน้าจอ iPhone 18 Pro ทั้งสองจอมีอัตราส่วนภาพเท่ากัน รองรับ ProMotion และความสว่างกลางแจ้งสูงสุด 3,000 นิต รวมถึงเตรียมรองรับ Apple Pencil (USB-C)

ตัวเครื่องผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 ฝาครอบบานพับขึ้นรูปด้วย 3D Printing พร้อมระบบบานพับวิศวกรรมมากกว่า 100 ชิ้น ประกบด้วยกระจก Ceramic Shield 2 และได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิป A20 Pro ระดับ 2 นาโนเมตร เชื่อมต่อกับระบบระบายความร้อน Vapor Chamber และสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่คู่ เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 44 ชั่วโมงบนจอด้านนอก และ 31 ชั่วโมงบนจอด้านใน ทั้งยังรองรับการใช้งาน eSIM ล้วนทั่วโลก

ในส่วนของกล้อง iPhone Duo มาพร้อมกล้อง Fusion Main 48MP และกล้อง Fusion Ultra Wide 48MP ปลดล็อกฟีเจอร์สำหรับดีไซน์พับได้ เช่น Duo Preview บนจอด้านนอก, ระบบจับภาพอัจฉริยะอัตโนมัติเมื่อโพสท่าด้วย AI บนอุปกรณ์ และการแสดงแอนิเมชัน Peanuts ดึงดูดสายตาเด็ก ด้านซอฟต์แวร์รันบน iOS 27 ที่ปรับแต่ง UI แถบข้าง, รองรับการเปิดแอปคู่แบบ Split View และโหมดสแตนด์บายแบบใหม่

iPhone Duo มีให้เลือก 2 สี คือ สีสตาร์ไวท์และสีไนท์สกาย ในความจุ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB ราคาเริ่มต้น 79,900 บาท เริ่มเปิดสั่งจองล่วงหน้าวันที่ 16 ตุลาคม และวางจำหน่าย 23 ตุลาคม

iPhone 18 Pro และ Pro Max อัปเกรดกล้องปรับรูรับแสง และระบบพิสูจน์ภาพจริง

สำหรับไลน์อัป Pro มาพร้อมกล้องหลัก Fusion Main 48MP ที่ใส่ระบบควบคุมรูรับแสงแบบปรับได้ ด้วยใบเบลดตัดเลเซอร์ 6 ชิ้น ปรับได้ 4 ค่า ช่วยควบคุมระยะชัดลึกและแสงในโหมดโปร พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ “ภาพอ้างอิงของ Apple” ที่ใช้การเซ็นรับรองพิกเซลผ่านเซ็นเซอร์ควบคู่กับ Private Cloud Compute และมาตรฐาน SynthID เพื่อใช้ตรวจสอบว่าภาพถ่ายเป็นภาพจริงและไม่ได้ผ่านการดัดแปลงด้วย AI

ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยชิป A20 Pro สถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตร มาพร้อม CPU 6-core, GPU 7-core ที่แรงขึ้นสูงสุด 40%, ชิปเครือข่าย N1 (Wi-Fi 7, Bluetooth 6) และโมเด็ม C2 ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมี Dynamic Island ขนาดย่อมลงที่รองรับกิจกรรมสดพร้อมกัน 3 กิจกรรม แบตเตอรี่เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 34 ชั่วโมงบนรุ่น Pro และสูงสุด 43 ชั่วโมงบนรุ่น Pro Max

iPhone รุ่นใหม่ วางจำหน่าย 4 สี ได้แก่ ดำ, เงิน, ธารน้ำแข็ง และเบอร์กันดี ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท สำหรับ iPhone 18 Pro และ 52,900 บาท สำหรับ iPhone 18 Pro Max เปิดจองล่วงหน้า 12 กันยายน และวางจำหน่าย 18 กันยายน

AirPods 5 หูฟังที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ANC

Apple ต่อยอดหูฟังทรง Open Ears ด้วย AirPods 5 ที่เพิ่มระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ (ANC) ซึ่งมีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าสูงสุด 50% ด้วยสถาปัตยกรรมเสียงแบบมัลติพอร์ตและชิปประมวลผลเสียงแบบใหม่ รองรับ Adaptive EQ และระบบสั่งการ Siri ด้วยการขยับศีรษะ

รุ่นเคสชาร์จแบบไร้สายเพิ่มเซ็นเซอร์ปรับระดับเสียงที่ก้านหูฟัง แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC (รวมสูงสุด 22 ชั่วโมงเมื่อรวมเคสชาร์จ) โดย AirPods 5 รุ่นมาตรฐานเปิดราคาที่ 4,790 บาท และรุ่นพร้อมเคสชาร์จแบบไร้สายราคา 5,490 บาท เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน

Apple Watch Series 12 และ Ultra 4 แม่นยำยิ่งขึ้นด้วยชิป S11 และระบบติดตามความพร้อม

กลุ่มผลิตภัณฑ์สวมใส่ได้รับการยกเครื่องระบบตรวจจับสุขภาพใหม่ทั้งหมดด้วยชิป S11 และชุดเซ็นเซอร์ออปติคัลร่วมกับเซ็นเซอร์ไฟฟ้าที่ใหญ่ขึ้น สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ทุก 5 วินาทีตลอดวัน และวัดความผันแปรของการเต้นของหัวใจ (HRV) บ่อยขึ้น 24 เท่า โดยเพิ่มฟีเจอร์ “ความพร้อม” (Readiness Score) ตั้งแต่ 0 ถึง 10 เพื่อประเมินสภาพร่างกายก่อนเริ่มกิจกรรม

Apple Watch Series 12 มาในขนาด 42 มม. และ 46 มม. มีตัวเรือนอะลูมิเนียมที่ใช้กระจก Ceramic Shield 2, ไทเทเนียม และตัวเรือนเซรามิกสีขาวไข่มุกกับสีไนท์บลู แบตเตอรี่รองรับการออกกำลังกายกลางแจ้งได้นานขึ้นเป็น 10 ชั่วโมง พร้อมระบบชาร์จเร็ว 15 นาทีใช้งานได้ 12 ชั่วโมง โดยรุ่น Series 11 เริ่มต้นที่ 14,900 บาท ขณะที่ Series 12 เตรียมวางจำหน่ายในไทยเร็วๆ นี้

Apple Watch Ultra 4 นาฬิกาสำหรับสายลุย ตัวเรือนไทเทเนียมธรรมชาติและไทเทเนียมดำ แบตเตอรี่ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานถึง 50 ชั่วโมง และโหมดประหยัดพลังงานสูงสุดติดตาม GPS ต่อเนื่องได้ถึง 45 ชั่วโมง ชาร์จ 15 นาทีใช้งานได้ 18 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้นในไทยอยู่ที่ 29,900 บาท เตรียมวางจำหน่ายเร็วๆ นี้เช่นกัน

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *