คาสิโอ จับมือพันธมิตรเครือข่ายการศึกษาพัฒนาทักษะความสามารถเชิงการคิด และการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

คาสิโอ จับมือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ศึกษานิเทศก์ โครงการพัฒนาทักษะความสามารถเชิงการคิดและการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ด้วยเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ เพื่อศึกษา และวางแผนการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือยกระดับการศึกษาไทยและผลักดันเด็กรุ่นใหม่เข้าสู่เทคโนโลยีขั้นสูง

ซึเนโอะ นากาอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาสิโอ มาร์เก็ตติ้ง(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการ ศึกษานิเทศก์ โครงการพัฒนาทักษะความสามารถเชิงการคิดและการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ด้วยเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 2 ว่าคาสิโอมีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการมีส่วนร่วมพัฒนาการศึกษาในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรปและภูมิภาคอื่นๆ โดยมุ่งส่งเสริมการใช้เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการเรียนรู้ในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

สร้างเครือข่ายทั่วประเทศ

สำหรับประเทศไทย บริษัทมีความภาคภูมิใจที่ได้ดำเนินภารกิจร่วมกับพันธมิตรหลัก ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) และโรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนนำร่อง DSP (Demonstration School Program) นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2564 โครงการได้ขยายครอบคลุม 61 เขตพื้นที่การศึกษา คิดเป็นประมาณ 98% ของพื้นที่ทั่วประเทศ และครอบคลุมโรงเรียนมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ และสำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการฯในครั้งนี้ มีศึกษานิเทศก์ 57 คน จาก 54 สพม. เข้าร่วมงานและมีแผนในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) ทั้ง 62 เขตพื้นที่ทั่วประเทศ ในปีการศึกษา 2569 

ซึเนโอะ กล่าวต่อว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จะเสริมสร้างองค์ความรู้ ประสบการณ์ที่มีคุณค่า และจุดประกายแนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อร่วมกันพัฒนาและยกระดับการศึกษาไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยผลการประชุมจะนำไปดำเนินโครงการต่อไปในปีการศึกษา 2569

ทั้งนี้คาสิโอ ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการใช้เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ในวงการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ซึเนโอะ กล่าวถึงการพัฒนาเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ ของคาสิโอว่า เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ของคาสิโอสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือและใช้บนเว็บไซต์ ClassPad.net ได้แล้ว โดยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 และให้บริการแบบสมัครสมาชิกทั้งนี้ประเทศอื่นยังไม่ได้ใช้แอปบนมือถือเหมือนประเทศไทย ประเทศอื่นส่วนใหญ่ใช้เพียงบนเว็บไซต์เท่านั้นดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ประเทศไทยมีการใช้งานที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก

ส่งเสริมผู้เรียน “คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น”

รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) กล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ สำหรับศึกษานิเทศก์ โครงการพัฒนาทักษะความสามารถเชิงการคิดและการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ด้วยเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ว่า จากการดำเนินงานของโครงการโรงเรียนนำร่อง DSP ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างเป็นระบบ และการแก้ปัญหาซึ่งล้วนเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในโลกยุคปัจจุบัน

สำหรับบริบทของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและองค์ความรู้การจัดการเรียนการสอน จึงไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการถ่ายทอดเนื้อหาแต่ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถ “คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น” การนำเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้เชิงลึกและเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สำรวจ ทดลอง และสร้างความเข้าใจด้วยตนเองซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (Inquiry-Based Learning) และการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning)

ขณะเดียวกัน แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับการประเมินสมรรถนะผู้เรียนมาตรฐานสากล(PISA) ที่ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเพียงอย่างเดียวในกระบวนการขับเคลื่อนนี้ “ศึกษานิเทศก์” ถือเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติเป็นผู้นำทางวิชาการที่ช่วยส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาครูให้สามารถออกแบบการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ผู้เรียนในยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง

ผลักดันเด็กรุ่นใหม่เข้าสู่เทคโนโลยีขั้นสูง

ด้านดร.อภิสิทธิ์ ธงไชย ผู้ชำนาญสาขาเทคโนโลยี สสวท. กล่าวว่า รายงานจากการวิจัยของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม 2025(World Economic Forum) เด็กที่อยู่ในระบบการศึกษาปัจจุบัน 65% เมื่อเติบโตแล้วจะได้ทำงานกับสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่มีอยู่ในตอนนี้ สายงานทางด้าน Big DATA กับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นสายอาชีพที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

ทั้งนี้รายงานยังระบุว่า ทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคต จะเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น AI หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ พลังงาน เซ็นเซอร์ ควอนตัม ไบโอเทค และดาวเทียม โดยมองว่าเด็กนักเรียนบางส่วนมีโอกาสที่จะทำงานทางด้านเทคโนโลยีชั้นสูงเหล่านี้ได้ รูปแบบการเรียนการสอนจึงต้องมีการปรับเพื่อสร้างทักษะในการเรียนการสอนให้กับผู้เรียน

การเรียนรู้แบบสะเต็ม(STEM) คือแนวทางการศึกษาแบบบูรณาการ 4 วิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์จะเป็นการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่สร้างความสนใจกับผู้เรียน ที่จะสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมกับการคิดวิเคราะห์ ในการแก้ปัญหาต่างๆ เชื่อมโยงกับวิชาการอย่างเป็นระบบ อีกทั้งปัจจุบันโทรศัพท์สมาร์ทโฟน มีบทบาทในชีวิติประจำวันของคนทั่วไป ดังนั้นครูผู้สอนสามารถค้นหาแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับการศึกษา นำมาประยุกต์ในการเรียนการสอนได้ไม่ว่าจะเป็น AI และเครื่องคำนวณทางวิทยาศาสตร์

รศ.ดร.สุรเชษฐ์ หลิมกำเนิด คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกลวิธีการวางแผนสู่การวัดประเมินผลอย่างเป็นระบบด้วย Generative AI ว่าเราจะไม่วัดผลในสิ่งที่ไม่ได้สอน ต้องวัดผลเพื่อการพัฒนาจากการวัดผลเพื่อการให้คะแนน  ประเมินผลระหว่างการเรียนเพื่อให้นักเรียนแก้ไขก่อนสอบจริง โดยใช้ AI มาช่วยสนับสนุนวิธีคิดนอกจากนั้นแล้วให้นักเรียนมาช่วยนำเสนอกติกา ทั้งนี้การเขียนคำสั่งหรือ Prompt สำหรับ Gen AI ควรให้ครบถ้วน CRFE  คือ บริบท (Context) บทบาท(Role)  รูปแบบ (Format)และเงื่อนไข (Extra)เพื่อให้ AI ได้ตรงกับงานและรูปแบบ

สิงคโปร์ใช้การเรียนรู้จากชีวิตจริง

ดร.เอิน กกมิน อดีตนักวิชาการการศึกษาคณิตศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศสิงคโปร์ กล่าวถึงกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง (HOTS) และการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในประเทศสิงคโปร์ว่า การใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอนของประเทศสิงคโปร์ เรียกว่า SAMR ที่ที 4 ระดับในการใช้เทคโนโลยี  คือ การใช้เทคโนโลยีแทนอุปกรณ์เดิม(Substitution) การใช้เทคโนโลยีเพิ่มเติมจากรูปแบบเดิม (Augmentation) การแชร์ให้คนอื่นด้วยเทคโนโลยี (Modification) และการใช้เทคโนโลยีใหม่เลย (Redefinition)

นอกจากนั้นครูผู้สอนได้เลือกเครื่องมือให้เหมาะสมกับผู้เรียน อาทิ GenAI เป็นส่วนเสริมเพิ่มเติมในการค้นหาคำตอบ เช่นเดียวกับเครื่องคำนวณทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-4 ในประเทศสิงคโปร์ต้องเรียนรู้เรื่องคิดคำนวณเป็นพื้นฐาน และเมื่อชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ขึ้นไปเริ่มมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงและใช้เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์มาแก้ไขปัญหา โดยสิงคโปร์ใช้เครื่องคิดเลข และเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนตั้งแต่ปี 2540

“สำหรับหลักการสำคัญสำหรับ การศึกษาคณิตศาสตร์แบบสิงคโปร์คือ เราจะนำปัญหาในชีวิตจริง มาเป็นโจทย์ทางคณิตศาสตร์ เพื่อมุ่งพัฒนาไปสู่การแก้ปัญหา และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงพร้อมทั้งออกแบบโจทย์ให้มีลักษณะที่ทุกคนเริ่มต้นได้และพัฒนาได้ไกลตามศักยภาพแต่ละคน”  

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *