Apple เปิดตัว iPad Air ใหม่พร้อมชิป M4 อันทรงพลัง และ หน่วยความจำที่มากขึ้น ประสิทธิภาพสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ยกระดับการตัดต่อและเล่นเกม ทรงพลังสำหรับ AI ด้วย Neural Engine ที่เร็วขึ้น แบนด์วิดท์ของหน่วยความจำที่สูงขึ้น หน่วยความจำระบบแบบรวมที่มากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 50% ด้วยชิป M4 ทำให้ iPad Air เร็วขึ้นสูงสุด 30% มา 4 สี 2 ขนาดให้เลือก รุ่น 11 นิ้ว และรุ่น 13 นิ้ว เริ่มต้นในราคาเท่าเดิมเพียง 21,900 บาท สำหรับรุ่น 11 นิ้ว และ 28,900 บาท สำหรับรุ่น 13 นิ้ว ราคาส่งเสริมการศึกษาสำหรับ iPad Air รุ่น 11 นิ้ว เริ่มต้นที่ 20,100 บาท และสำหรับรุ่น 13 นิ้ว เริ่มต้นที่ 27,100 บาท
ประสิทธิภาพจัดเต็มยิ่งกว่าเดิมด้วยชิป M4
ชิป M4 อัดฉีดประสิทธิภาพให้แรงยิ่งขึ้นใน iPad Air ใหม่ ให้ผู้ใช้ทำงานและสร้างสรรค์ได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ตั้งแต่ครีเอทีฟไฟแรงที่ทำงานกับไฟล์ขนาดใหญ่ จนถึงนักเดินทางที่ตัดต่อคอนเทนต์ขณะอยู่นอกสถานที่ ด้วย CPU แบบ 8-core และ GPU แบบ 9-core ทำให้ iPad Air เร็วขึ้นสูงสุด 30% เมื่อเทียบกับ iPad Air พร้อมชิป M3 และเร็วขึ้นสูงสุด 2.3 เท่า เมื่อเทียบกับ iPad Air พร้อมชิป M15 ผู้ใช้จะสัมผัสได้ถึงความเร็วอันทรงพลังของชิป M4 ในทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้วย Apple Creator Studio ในการตัดต่อภาพใน Pixelmator Pro หรือการตัดต่อวิดีโอใน Final Cut Pro ที่ทำได้รวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา ด้วย GPU แบบ 9-core ในชิป M4 ทำให้ iPad Air รองรับการให้แสงเงาแบบเมชที่เร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์รุ่นที่ 2

ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นไปอีกขั้นสำหรับ AI
นอกจากนี้ M4 ยังเป็นชิปที่ทรงพลังสำหรับ AI ด้วยแบนด์วิดท์หน่วยความจำที่เร็วขึ้นและ Neural Engine ที่เร็วเหลือเชื่อ เป็นประโยชน์กับทุกคนตั้งแต่นักศึกษาที่ถอดเสียงของโน้ตเล็คเชอร์ ครีเอเตอร์ที่ทำสตอรีบอร์ดสำหรับโปรเจ็กต์ใหม่ จนถึงผู้ใช้ระดับธุรกิจที่ต้องการขัดเกลาอีเมลให้สละสลวย iPad Air ใหม่มีหน่วยความจำแบบรวมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 50% เป็น 12GB และแบนด์วิดท์หน่วยความจำเพิ่มขึ้นเป็น 120GB/s ช่วยให้ผู้ใช้รันโมเดล AI ได้เร็วขึ้น Neural Engine แบบ 16-core เร็วขึ้นกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับชิป M1 และเหมาะสุดๆ สำหรับงานทั่วไปในชีวิตประจำวันที่ใช้ประโยชน์จาก AI บนอุปกรณ์ ตัวอย่างเช่น การค้นหาตัวแบบและข้อความในรูปภาพ หรือใช้คุณสมบัติด้าน AI อันทรงพลังในแอปอย่าง Goodnotes และ Onform: Video Analysis App2 Neural Engine ยังขับเคลื่อนความสามารถต่าง ๆ ใน Apple Creator Studio อย่างเช่น การลบพื้นหลังของวิดีโอด้วยฟีเจอร์ Scene Removal Mask ใน Final Cut Pro
N1 และ C1X มาพร้อมกับ iPad Air เพื่อการเชื่อมต่อที่เร็วยิ่งขึ้น
iPad Air มาพร้อมชิประบบเครือข่ายไร้สาย N1 ที่ออกแบบโดย Apple ซึ่งทำให้สามารถเชื่อมต่อกับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread ได้3 โดยชิป N1 จะมอบประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นเมื่อเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi แบบ 5GHz พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพและความเสถียรโดยรวมของคุณสมบัติอย่างฮอตสปอตส่วนบุคคลและ AirDrop ให้ดียิ่งขึ้น iPad Air รุ่นเซลลูลาร์ยังมาพร้อม C1X โมเด็มเซลลูลาร์ที่ออกแบบโดย Apple ความเร็วในการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายเซลลูลาร์เร็วขึ้นสูงสุดถึง 50%
ผู้ที่ใช้งานเซลลูลาร์เป็นประจำ C1X ยังช่วยลดการใช้พลังงานของโมเด็มได้สูงสุดถึง 30% เมื่อเทียบกับ iPad Air รุ่น M31 iPad Air รุ่นเซลลูลาร์ยังช่วยให้ผู้ใช้เพลิดเพลินกับความสามารถด้าน GPS เพื่อให้นำทางได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น การรองรับเครือข่ายเซลลูลาร์ 5G ยังช่วยให้ผู้ใช้ต่อติดกับทุกเรื่องได้เสมอ ไม่ว่าจะทำงานหรือพักผ่อนอยู่ที่ใดในโลก นอกจากนี้ยังมี eSIM ที่ให้ผู้ใช้เพิ่มแผนใหม่ เชื่อมต่อ และโอนย้ายแผนเซลลูลาร์ที่มีอยู่ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยในรูปแบบดิจิทัล ทั้งยังติดต่อกับครอบครัวและเพื่อนได้เสมอ ไม่ว่าจะมี Wi-Fi หรือไม่ก็ตาม ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักธุรกิจที่เดินทางบ่อย นักศึกษาในสถานศึกษา หรือผู้ที่ต้องทำงานระหว่างเดินทาง

iPadOS 26 อัดฉีดพลังแรงให้การใช้งาน iPad คุณสมบัติอันทรงพลังที่จะช่วยให้ผู้ใช้รับมือกับการทำงานสร้างสรรค์และงานระดับมืออาชีพได้แบบสบายๆ พร้อมยกระดับขีดความสามารถของ iPad ให้เหนือชั้นไปอีกขั้น
ดีไซน์ใหม่อันงดงามนี้สร้างขึ้นจาก Liquid Glass วัสดุโปร่งแสงที่สะท้อนและหักเหแสงจากสิ่งรอบข้าง พร้อมตอบสนองต่อการโต้ตอบของผู้ใช้และปรับเปลี่ยนไปตามสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ เพื่อให้ผู้ใช้จดจ่อกับคอนเทนต์ได้มากขึ้น
ระบบการจัดการหน้าต่างแบบใหม่ใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุม จัดระเบียบ และสลับระหว่างแอปได้อย่างสะดวก ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบง่ายของ iPad และด้วยแถบเมนูแบบใหม่ ผู้ใช้จึงสามารถเข้าถึงคำสั่งต่างๆ ภายในแอปได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ปัดลงจากด้านบนของจอภาพ หรือเลื่อนเคอร์เซอร์ไปที่ด้านบน
แอปตัวอย่าง บน iPad มอบแอปแบบเฉพาะสำหรับผู้ใช้ในการสร้างภาพสเก็ตช์อย่างคร่าวๆ รวมถึงการดู แก้ไข และทำเครื่องหมายบนไฟล์ PDF และรูปภาพด้วย Apple Pencil หรือการสัมผัส
iPadOS 26 ใช้ประโยชน์จาก Apple Silicon เพื่อปลดล็อคความสามารถใหม่ๆ สำหรับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมเสียงเข้าได้ละเอียดขึ้น ความสามารถในการบันทึกเสียงคุณภาพสูงด้วยการบันทึกภายในเครื่อง และคุณสมบัติงานที่ทำอยู่เบื้องหลัง
อุปกรณ์เสริมสุดล้ำสำหรับ iPad Air
ตั้งแต่สเก็ตช์ไอเดียจนถึงทำงานให้เสร็จ Apple Pencil และ Magic Keyboard ปลดล็อคความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพบน iPad Air ไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็น Apple Pencil (USB-C) และ Apple Pencil Pro ที่ช่วยให้ผู้ใช้มีสองตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม Apple Pencil (USB-C) คือความคุ้มค่าสำหรับการทำงานสำคัญอย่างการจดโน้ตและการสเก็ตช์ภาพ
Apple Pencil Pro มาพร้อมที่สุดแห่งประสบการณ์ โดยผู้ใช้สามารถใช้ความสามารถอย่างการบีบและการหมุนปลาย เพื่อถ่ายทอดไอเดียให้ออกมาโลดแล่นด้วยวิธีการแบบใหม่ทั้งหมด และ Apple Pencil Pro ยังรองรับแอปค้นหาของฉัน ที่ช่วยให้หาเจอได้หากผู้ใช้เผลอวางไว้ผิดที่ผิดทาง

เหมาะสำหรับผู้ที่อัปเกรดมาจาก iPad และ iPad Air
ด้วยประสิทธิภาพที่แซงหน้า iPad และ iPad Air รุ่นก่อนหน้า จึงไม่มีเวลาไหนจะเหมาะกับการอัปเกรดมากไปกว่าตอนนี้อีกแล้ว
ประสิทธิภาพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ผู้ที่อัปเกรดจะเพลิดเพลินกับความเร็วและการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น ด้วยหน่วยความจำแบบรวม 12GB และแบนด์วิดท์หน่วยความจำที่ 120GB/s ทั้งยังจะได้สัมผัสประสบการณ์การจัดการหน้าต่างที่ลื่นไหลยิ่งขึ้นใน iPadOS 26 อีกด้วย ส่วนผู้ที่อัปเกรดมาจาก iPad Air พร้อมชิป M1 จะรับรู้ประสิทธิภาพที่เร็วขึ้น 2.3 เท่า พร้อมการเรนเดอร์งาน 3D ระดับโปรด้วยเรย์เทรซซิ่งที่เร็วกว่าเกิน 4 เท่าได้แบบเห็นๆ
กล้อง Center Stage สุดล้ำ ไมโครโฟน และลำโพง: ผู้ใช้ที่อัปเกรดมาจาก iPad Air พร้อมชิป M1 ยังจะเพลิดเพลินกับกล้อง Center Stage 12MP ซึ่งย้ายมาอยู่ที่ด้านยาวและลำโพงสเตอริโอในแนวนอน สำหรับผู้ที่อัปเกรดจากรุ่น M1 iPad Air ขนาด 13 นิ้วมอบคุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเพลิดเพลินกับเพลงและวิดีโอ
ความสามารถของ Apple Intelligence อันทรงพลัง ด้วย Apple Intelligence ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับ iPadOS พร้อมด้วยการปกป้องความเป็นส่วนตัวที่เหนือชั้น ช่วยให้ผู้ที่อัปเกรดและผู้ใช้หน้าใหม่มีคุณสมบัติที่ใช้ง่าย และได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งาน iPad ที่มีประโยชน์และทรงพลังมากขึ้น
คุ้มค่ายิ่งขึ้น: ผู้ใช้ที่เปลี่ยนมาจาก iPad Air รุ่นก่อนหน้ายังสามารถเชื่อมต่อได้เร็วขึ้นด้วยชิป N1 และ C1X และผู้ที่อัปเกรดมาจากรุ่นที่ใช้ชิป M1 ยังจะได้รับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นที่ 128GB อีกด้วย iPad Air พร้อมชิป M4 มาในราคาเริ่มต้นเท่าเดิมเพียง 21,900 บาท สำหรับรุ่น 11 นิ้ว และ 28,900 บาท สำหรับรุ่น 13 นิ้ว
ราคาและการวางจำหน่าย
สั่งจอง iPad Air รุ่นใหม่พร้อมชิป M4 ล่วงหน้าได้ผ่านทาง apple.com และแอป Apple Store ใน 35 ประเทศและภูมิภาค รวมถึงสหรัฐอเมริกาเร็วๆ นี้ และ จะเริ่มจัดส่งถึงลูกค้าและวางจำหน่ายใน Apple Store รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของ Apple เร็ว ๆ นี้เช่นกัน
iPad Air รุ่น 11 นิ้ว และ 13 นิ้วพร้อมชิป M4 จะมีให้เลือกในสีฟ้า สีม่วง สีสตาร์ไลท์ และสีเทาสเปซเกรย์ในรุ่นความจุ 128GB, 256GB, 512GB และ 1TB
iPad Air รุ่น 11 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 21,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 27,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular ส่วน iPad Air รุ่น 13 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 28,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 34,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular
ราคาส่งเสริมการศึกษาสำหรับ iPad Air รุ่น 11 นิ้วอยู่ที่ 20,100 บาท และสำหรับ iPad Air รุ่น 13 นิ้วอยู่ที่ 27,100 บาท
Magic Keyboard ซึ่งมีให้เลือกในสีดำและสีขาว สามารถใช้งานร่วมกับ iPad Air รุ่น 11 นิ้ว และ 13 นิ้วได้ โดย Magic Keyboard รุ่น 11 นิ้ว มีจำหน่ายในราคา 9,990 บาท ส่วน Magic Keyboard รุ่น 13 นิ้ว มีจำหน่ายในราคา 10,990 บาทราคาส่งเสริมการศึกษาสำหรับ Magic Keyboard รุ่น 11 นิ้วอยู่ที่ 9,200 บาท และสำหรับ Magic Keyboard รุ่น 13 นิ้วอยู่ที่ 10,300 บาท
Apple Pencil Pro และ Apple Pencil (USB-C) สามารถใช้งานร่วมกับ iPad Air ใหม่ โดย Apple Pencil Pro มีจำหน่ายในราคา 4,490 บาท และในราคาส่งเสริมการศึกษาที่ 4,090 บาท ส่วน Apple Pencil (USB-C) มีจำหน่ายในราคา 2,990 บาท และในราคาส่งเสริมการศึกษาที่ 2,590 บาท